คมชัดลึกออนไลน์ | 'สมคิด'…ไหวไหม ?

คมชัดลึกออนไลน์ | 'สมคิด'…ไหวไหม ?

เห็นภาพ ‘ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ‘ รองนายกฯ ที่เป็น"หัวเรือใหญ่" ดูแลเศรษฐกิจ ผมขาวโพลน ซูบผอม หลายคนถามด้วยความเป็นห่วงว่า ‘ยังไหวไหม’

ก่อนหน้านี้ในช่วงจัดตั้งรัฐบาล ก็มีข่าวออกมาว่า’สมคิด’ มีความกังวลเรื่องปัญหาสุขภาพ เนื่องจากภาวะน้ำตาลตกเหลือ 37 เกรงว่าจะกระทบต่อค่าไต และเคยแจ้ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลายครั้งว่า จะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆต่อใน "ครม ประยุทธ์ 2" แต่สุดท้ายก็ยอมเข้ารับตำแหน่งเป็นรองนายกฯ โดยกำกับดูแล 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการคลัง ,กระทรวงพลังงาน, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงการอุดมศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม และกระทรวงการต่างประเทศ

นอกจากนี้ยังกำกับดูแลสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ,สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ), อสมท. สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว) กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

ภาระขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้นในยามนี้ เป็นงานหนักหนาจริงๆ เพราะเป็นช่วงเศรษฐกิจโลกขาลง ขนาดที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกขาขึ้น เศรษฐกิจบ้านเรายังย่ำแย่ ชาวบ้านทำมาค้าขายลำบาก

เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุสองสามีภรรยาที่ชลบุรี ฆ่าตัวตายหนีหนี้นอกระบบที่ตนเองไปเซ็นค้ำประกันให้เพื่อน

เมื่อวันก่อนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว สะท้อนผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจไทยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาประชาชนต้องฆ่าต้วตายเพราะพิษเศรษฐกิจแล้วถึง 5 ข่าว

และเรื่องก็บานปลายเป็น "การเมือง" ถูกตอบโต้กลับจาก นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ว่าถึงยังไงก็จะไม่ปล่อยให้เกิดการผูกคอตายเหมือนชาวนาที่ผูกคอตายเพราะทุจริตจำนำข้าว

เมื่อวันก่อน คณะรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อพยุงเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยมีเป้าหมายให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ 3% วงเงินที่ใช้รวม 3.16 แสนล้านบาท โดยมี 3 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ

1. การช่วยเหลือค่าครองชีพผู้มีรายได้น้อย กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้เลีี้ยงดูบุตร ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

2.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เห็นชอบให้แจกเงินให้แก่ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดนอกเขตภูมิลำเนา

3.มาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง

ส่วนจะเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจถูกทิศถูกทางหรือไม่ ต้องรอดู

แต่ที่น่าเป็นห่วงเมื่อ "ศรีอัมพร ศาลิคุปต์" ผู้พิพากษาอาวุโส ออกมาชี้ว่า หากวิเคราะห์เข้าถึงเนื้อในของนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐในขณะนี้แล้วเป็นเรื่องที่น่าตกใจว่า วิสัยทัศน์และมุมมองความเห็นเป็น"การหลงทาง" หรือเป็นการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ผิดพลาดและสุ่มเสี่ยงต่อการทำให้สถานะเศรษฐกิจของประเทศตกสู่หล่มหรือกับดักของวิกฤตเศรษฐกิจโลกได้ภายในไม่ถึง 2 ปี

และนโยบายเศรษฐกิจที่ดีจริง ต้องไม่ให้ประเทศไทยพึ่งพาการส่งออก, ไม่ต้องพึ่งพาตัวเลข GDP ที่บรรดาผู้ประกอบการและเศรษฐีเพียงไม่ถึงร้อยละ 50 ของประเทศเป็นเจ้าของ แต่ต้องทำให้ประชาชนในประเทศมีความเข้มแข็งในการประกอบกิจการงาน มีรายได้ที่สมควรพอกินพออยู่ มีความมั่นคงทางอาหาร อย่าไปส่งเสริมให้มีเศรษฐีใหม่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ต้องทำให้ประชาชนรากหญ้าสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องเอาเงินมาแจกประชาชนเหมือนประชาชนเป็นคนขอทาน การกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดเศรษฐีใหม่อีก 1-2 % คงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง

และทิ้งท้ายว่า.. หากรัฐบาลสามารถทำให้ประชาชนเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในการบริหารราชการแผ่นดิน เราไม่สามารถทําให้ทุกคนเป็นคนรวยได้ แต่อย่าพยายามใช้งบประมาณอย่างล้างผลาญเพื่อตัวเลข GDP การเติบโตทางเศรษฐกิจว่าด้วยการส่งออกและการได้เปรียบดุลการค้า เพราะสิ่งนั้นไม่ใช่ภาพที่แท้จริงของเศรษฐกิจประเทศไทย

ถ้าสิ่งที่"ศรีอัมพร" พูดถูก..หนักใจแทน "สมคิด " จริงๆ

admin