คมชัดลึกออนไลน์ | 'เบิร์ด-ธงไชย' เปิดวิธีเติมพลังไม่ให้หมดไฟ

คมชัดลึกออนไลน์ | 'เบิร์ด-ธงไชย' เปิดวิธีเติมพลังไม่ให้หมดไฟ

ทีมบันเทิง คมชัดลึก – เป็นซูเปอร์สตาร์ที่อยู่คู่กับวงการบันเทิงไทยมานาน สำหรับ "เบิร์ด" ธงไชย แมคอินไตย์ ที่ในคอนเสิร์ต"SINGING BIRD ครั้งที่ 1 ตอน เพลงตามคำขอ" ได้รับคำชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากครูสอนร้องเพลงชื่อดัง "ครูโรจน์" รุ่งโรจน์ ดุลลาพันธ์ ที่ออกมาเล่าความรู้สึกและชื่นชมวินัยและความรับผิดชอบของซูเปอร์สตาร์คนดัง พร้อมบอกว่าควรเอาเป็นตัวอย่าง ล่าสุด "บันเทิง คมชัดลึก" มีโอกาสพูดคุยเรื่องนี้กับ "เบิร์ด" ธงไชย

@@ คอนเสิร์ตที่ผ่านมาได้รับเสียงชื่นชมเยอะมาก
"ปัจจุบันยังได้รับอยู่เลยชื่นใจเป็นอีกวาระหนึ่งซึ่งตอนแรกพี่เบิร์ดไม่ค่อยมั่นใจไม่มีความมั่นใจเลยเพราะเราโชว์แบบเบิร์ดๆมา เป็นวาไรตี้ มีเต้นสารพัดเต้น แต่คราวนี้เป็นตัวพี่เบิร์ดจริงๆเป็นพี่เบิร์ดแท้ๆเลยพี่เบิร์ดเคยถามแฟนเพลงจริงๆ พี่เบิร์ดเคยไปรายการวิทยุรายการหนึ่งถ้าพี่เบิร์ดร้องเพลง 10 เพลงเพลงช้าทั้ง 10 เพลงไม่ได้เต้นจะรู้สึกยังไงกันพี่เบิร์ดคิดว่ามันจะต้องมีเบื่อจะต้องมีล้า แต่เขาตอบพี่เบิร์ดว่าไม่ค่ะพวกเรารอรอที่จะฟังได้ยินแบบนั้นแล้วมันชื่นใจแล้วพอเกิดขึ้นมาจริงๆยอมรับเถอะว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆที่พลอยเราร้องแล้วเขาเงียบกันหมดเพราะฉะนั้นสิ่งที่เราฝึกซ้อมมาตั้งใจมามันได้ทำให้พวกแฟนๆได้เห็นให้ได้ยินจากประสบการณ์ในทุกๆคอนเสิร์ตที่ผ่านมาสอนให้ซิงกิ้งเบิร์ดเพลงทุกเพลงในคอนเสิร์ตพี่เบิร์ดร้องไป 51 เพลงโดยที่พี่เบิร์ดไม่รู้ตัวเลยอันนั้นเป็นเพราะว่ามีการฝึกซ้อมที่ดีมีโค้ชที่ดีมีดนตรีที่ดีทุกอย่างบนเวทีเพื่อให้เสียงร้องของเราลอยออกไปพี่รู้สึกดีใจมากที่ทุกคนอยากได้ยินเสียงพี่เบิร์ดคือมันอาจจะดูธรรมดาแต่พอเราร้องออกไปปั๊บเขายิ้มกันหมดเลยมันมีแต่ความชื่นใจจริงๆ"

@@ ครูโรจน์มีการเขียนข้อความถึงที่ชมในฐานะศิลปินตัวอย่างและแบบอย่างที่ดีในเรื่องของความรับผิดชอบต่ออาชีพ
"ไม่ได้เห็นเลยคือจริงๆ พี่เบิร์ดกับพี่โรจน์ไม่ได้เพิ่งจะมาเรียนกันช่วงที่พี่เบิร์ดมีคอนเสิร์ต คือเราเรียนมาตลอดตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์และก็ไม่ได้เรียนช่วงบ่ายหรือช่วงค่ำพี่โรจน์จะมาถึงหน้าบ้านพี่เบิร์ดประมาณ 6:30 น. เช้า พี่เบิร์ดตื่นปั๊บ 7.30 น. ก็รีบทานอาหารเช้าแล้วก็วอร์มตัวเองก่อนแล้วพี่เบิร์ดเป็นคนที่เอ็นจอยกับบทเรียนของพี่โรจน์มากพยายามทำตัวให้พร้อมที่สุดให้เสียงเรามาให้ทวารเปิดรับทั้ง 9 เพื่อที่จะให้พี่โรจน์มีอะไรมาสอนเราอยากให้เขาใส่เราแบบไม่ยั้งเลย พี่เบิร์ดเรียนกับพี่โรจน์มา 3-4 ปีแล้วพี่เบิร์ดยังเล่นพี่เบิร์ดยังร้องทุกอย่างเหมือนเดิม เรียนมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป"

@@ ตลอดระยะเวลาว่า 30 ปีที่ผ่านมา คือยังเรียนอยู่ตลอด
"ยังเรียนตลอด ปัจจุบันก็ยังเรียน เมื่อเช้าก็ยังเรียน มันสำคัญตรงที่มันมีการเรียนการสอน แล้วเราทำการบ้าน แต่ก่อนเราไม่เคยเห็นความสำคัญของการทำการบ้านเลย อย่างเรียนกับพี่โรจน์จะเรียนวันจันทร์-วันศุกร์ จะเริ่มเรียนประมาณ 8 โมง คือ7 โมงเดินขึ้นบ้านเรือนไทยแหละ โดยมีรูปแม่ข้างๆ ร้องเพลงให้แม่ฟัง ประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นพอพี่โรจน์กลับไป วันต่อไปพี่เบิร์ดก็เปิดเสียงที่เรียนกับพี่โรจน์ แล้วก็ฝึกร้องไป ทำไปแบบนี้ตลอด พี่โรจน์เป็นโค้ชที่ทำให้เส้นเสียงเราแข็งแรง เจอตัวโน้ตตัวไหนที่เราไม่ได้เคยร้อง แต่เราก็จะพุ่งร้องมันไปได้ อย่างวันนี้พี่เบิร์ดก็มีการวอร์มเสียง ถึงไม่ได้มีการต้องร้องเพลง หรือเรียนร้องเพลง แต่รู้ว่ามีสัมภาษณ์ เผื่อเราต้องมีตะโกนอะไร เราก็ไม่ต้องกลัวเสียงจะเสีย เพราะว่าเราวอร์มมาแล้ว ฉะนั้นทุกๆ คนที่เป็นนักร้องถ้ามีโอเคจะได้วอร์มเสียง ทำเลย ทำทุกวัน มันดีกับตัวเรา
อย่างเวลาพี่โรจน์สอนเรา หน้าตาเขามีความสุขมาก จนเราถามว่าถ้าลูกศิษย์พี่โรจน์ทุกคนเป็นเหมือนเบิร์ด พี่โรจน์มีความสุขไหม พี่โรจน์บอกว่ามาก เพราะว่าพี่เบิร์ดทำการบ้านตลอด พี่โรจน์เติบโตมากับเรา ตั้งแต่ทำแบบเบิร์ดเบิร์ดแรกๆ เลย ตั้งแต่ตอนจัดที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเลย พี่เบิร์ดและพี่โรจน์ต่างบีบคั้นกันและกัน พี่โรจน์ก็จะเคี่ยวเข็ญพี่เบิร์ด พี่เบิร์ดก็จะบีบคั้นอย่างพี่โรจน์เขาไปเรียนกับครูที่นิวยอร์กมา ก่อนที่จะมาาสอนพี่เบิร์ด พี่เบิร์ดก็จะบีบคั้นเอาสิ่งที่พี่โรจน์เรียนมา มาสอนเราต่อ"

@@ ตลอด 30 ปีที่อยู่ในวงการนี้ ทำแบบนี้มาตลอด ทั้งที่วันนี้เป็น "เบิร์ด" ธงไชย แล้ว
"ใช่ เราทำอะไรที่ดีกับตัวเอง ทำไมเราต้องทำในสิ่งที่ไม่ดีกับตัวเอง ในเมื่อเรามีเวลาที่ดีกับตัวเอง เราก็ควรทำ พี่เบิร์ดพูดกับตัวเองเสมอว่า เราส่งพ่อแม่ขึ้นสวรรค์แล้ว คนที่เรารักอยู่บนสวรรค์หมดแล้ว พี่เต๋ออยู่บนสวรรค์แล้ว ทุกคนกำลังมองลงมา ทำดีที่สุดอะไรที่มันดีทำเลย คุณไพบูลย์เคยบอกว่า ถ้าใครรู้จักเบิร์ด จะรู้ว่าอะไรที่ดีเบิร์ดจะพุ่งตัวไปเลย โดยเฉพาะกับอาชีพของเขา
คือมันเป็นความรับผิดชอบต่ออาชีพเราด้วย แต่มันต้องมีความรัก ความอยากที่จะเป็น ต้องมีความรักที่จะอยู่ตรงนี้ สำคัญที่สุดคือความรักที่จะให้ ไม่ได้เกิดมาเพื่อจะร้องเพลงให้ตัวเองฟังเอง แต่เกิดมาเพื่อเราร้องให้คนอื่นๆ ฟัง เคยมีคำถามกับตัวเองนะว่า อายุขนาดนี้เราไปเที่ยวได้แล้ว แต่ไม่ เราไม่เลิก เพราะเราอยู่ตรงนี้เรายิ่งมีความสุข เราทำตรงนี้ด้วยหน้าตักที่ว่าเราไม่มีอะไรแล้ว เราไม่ได้ทำแบบที่กลัวว่าจะตกเทรนด์ ทำเท่าที่เราเคยทำมา"

@@ เคยมีวันที่หมดไฟไหม
"ไม่มี ทุกวันนี้ไฟจะเผาพี่อยู่แล้ว เราไม่รู้ว่าศิลปินประเทศอื่นยังไง แต่แฟนเพลงคนไทยยิ่งอยู่ยิ่งรักกัน เรารู้ว่าเขารักเรา และเราก็รักเขา เป็นห่วงกันรักกัน อยากทำให้เขามีความสุข ดูแลกัน"
@@ อย่างศิลปินรุ่นใหม่ๆ เขาอาจจะรู้สึกว่า เขาหมดไฟแล้ว อยากบอกอะไรกับเขา
"จะบอกว่าการหมดไฟมันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก แต่พี่เบิร์ดไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไร ทุกวันมันสนุก มีความสุข สิ่งแรกต้องถามตัวเองก่อนว่าเราต้องการทำอะไร ถ้าเราจะมาทางนี้และมีความรักจริงๆ ไม่ใช่มาเพื่อร้องเพลงเฉยๆ เราต้องอยากให้ด้วย มันต้องเริ่มต้นจากการให้ อยากให้ใครไหม อยากให้คนที่รักมีความสุข แล้วคนที่รักคือใคร อันนั้นแหละจะทำให้มีพลังโดยที่ไม่รู้ตัวเลยก็ได้"
นี่แหละ…ตัวอย่างที่ดีของการเป็นศิลปิน

admin