ไทยรัฐออนไลน์ – ในประเทศ | ชูวิทย์แฉ ใครคือ "เฮีย ต." เจ้าของบ่อนสุดวีไอพี มีตำรวจนครบาลเป็นแบ็ก

ไทยรัฐออนไลน์ – ในประเทศ | ชูวิทย์แฉ ใครคือ "เฮีย ต." เจ้าของบ่อนสุดวีไอพี มีตำรวจนครบาลเป็นแบ็ก
ภาพไฮไลต์

ข้อความหน้าเฟซบุ๊กของ "เสือ ดุสิต" พร้อมภาพถ่าย ถูกลบทิ้งไปทันทีภายหลังมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัว "เสือ ดุสิต" พร้อมพวกที่ควงปืนเข้าไปปล้นเงินบ่อน เฮีย ต. ย่านสะพานใหม่ พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 ออกมาให้ข้อมูลระบุชัด คดีนี้จะแยกดำเนินการเป็น 2 คดี คือคดีร่วมกันปล้นทรัพย์ และคดีลักลอบเปิดบ่อนการพนัน ซึ่งนอกจากจะดำเนินคดีกับผู้ดูแลบ่อนพนัน และเจ้าของสถานที่แล้ว ก็จะขยายผลไปยังผู้ที่บงการเปิดบ่อนพนันต่อไป 

ใครคือเฮีย "ต."

เฮีย "ต." หนุ่มใหญ่ที่มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจสีเทาๆ มาต่อเนื่องยาวนานหลายปี และเปิดกิจการในลักษณะเดียวกันมากกว่า 2 พื้นที่ ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุอ้างอิงว่า "เฮีย ต." มีพี่น้อง 3 คน ที่วนเวียนร่วมกันทำธุรกิจลักษณะสีเทาๆ บ่อนของเฮีย ต. ตำรวจเจ้าของพื้นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี อีกทั้งเฮีย ต. เอง ยังถือเป็นผู้กว้างขวาง สนิทแนบแน่น รู้จักกับนายตำรวจยศใหญ่รายหนึ่งในรั้วปทุมวัน  

แหล่งข่าวยังอ้างอีกว่า ด้วยบุคลิกนิสัยของ เฮีย ต. เป็นคนใจถึง พึ่งได้ หยิบยื่นช่วยเหลือคนรอบข้างไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่ใช่คนหยุมหยิม จึงสร้างบารมีให้คนรอบข้างที่รู้จักเคารพนับถือ "ไม่เว้นแม้แต่ตำรวจหลายราย" จึงเป็นที่มาของการได้คอนเนกชั่นเปิดบ่อนการพนันยันสว่าง เล่นเต็มที่ 24 ชม.  

นอกจากจะแนบแน่นกันดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายแล้ว "เฮีย ต." ยังมีสายสัมพันธ์กับคนหลายวงการ เคยไปขอเปิดบ่อนในพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายจุด และเคยถูกชุดเฉพาะกิจทหารตามไปจับกุมบ่อนหลายครั้ง แต่ยังโยกย้ายบ่อนการพนันลักลอบเปิดเล่นโดยตลอด ยึดพื้นที่ย่านชานเมือง กรุงเทพมหานคร และย่านนวนคร จังหวัดปทุมธานี  

"ชูวิทย์" แฉข้อมูลลึก ทำไมบ่อน "เฮีย ต." ผงาดยืนยาว  

"เปิดมานานแล้ว และถูกบุกจับหลายครั้งแล้ว พอเป็นข่าวทีนึงก็ปิดไป 2 อาทิตย์ พอเรื่องเงียบก็กลับมาเปิดใหม่ ซึ่งบ่อนของ เฮีย ต. เค้าเน้นลูกค้าที่ไม่ได้มีฐานเงินเดือนมาก ได้เสียกันทีน่าจะไม่เกินหลักหมื่น อย่างพ่อค้า แม่ค้าในตลาด วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็สามารถเข้าไปเล่นกันได้ บ่อนเค้ามีโปรโมชั่นมากมายให้นักพนันได้เลือก มีโคโยตี้มาเต้นวาบหวิวโชว์ สารพัดสิ่งจูงใจเชิญชวนลูกค้ามาเล่นที่บ่อนตัวเอง ไม่เว้นแม้แต่ตั๋วเครื่องบินไป-กลับต่างประเทศก็กลายเป็นรางวัลล่อใจนักพนันด้วย เค้าจะทำในลักษณะเดียวกันทุกสาขา มีย่านชานเมือง สายไหม ย่านนิคมอุตสาหกรรมก็มี ฯลฯ บ่อนของเค้ามีเยอะ" นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ให้ข้อมูลกับทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ 

ชูวิทย์ บอกด้วยว่า พี่ชายของเฮีย ต. มีความสนิทสนมกันดีกับอดีตบิ๊กตำรวจในนครบาล วันดีคืนดีเราก็จะเห็นเจ้าของบ่อนการพนันเดินอยู่ในนครบาล อันนี้คือเรื่องจริง ส่วนขนาดของการรองรับนักพนันของบ่อนไม่เกิน 100 คนต่อครั้ง เพราะบ่อนไม่ได้ใหญ่อะไรมาก และจะจ้างมือเขย่ามาจากเขมร เพราะคนพวกนี้เก่งมาก มีเทคนิคการเล่นพนันที่เหนือชั้น เขย่าทีนึงก็รู้แล้วว่าเปิดออกมาจะเป็นอะไร ประกอบกับการเดาใจผู้เล่นด้วย ที่สำคัญต้องเข้าใจว่าบ่อนแต่ละแห่งเจ้าของไม่ได้ลงไปนั่งเขย่าหรือดูแลนักพนันเอง เค้าจะจ้างคนมาทำอีกทีเป็นโต๊ะๆ ไป 

รายได้ดี กำไรสูง จุนเจือตำรวจ-ทหาร ในพื้นที่ 

"เพราะการเปิดบ่อนถือเป็นรายได้หลักเลยนะ ไปเปิดที่ไหนก็ต้องเคลียร์เงินเจ้าหน้าที่ให้ครบ ก่อนหน้านี้เคยเคลียร์แค่ตำรวจกองเดียว ปัจจุบันเคลียร์ทหารด้วย แล้วตำรวจเจ้าของพื้นที่จะต้องไล่ให้เจ้าของบ่อนไปเคลียร์ให้ครบ ถ้าไม่ครบเปิดไม่ได้เพราะกลัวว่าจะถูกมองอมเงินไว้คนเดียว พอถูกจับก็จะโดนปัญหายืดยาวสาวมาถึง จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเคลียร์เงิน และต้องยอมรับว่า เงินทุกบาทที่เจ้าของบ่อนนำมาเคลียร์ ถือเป็นรายได้หลักที่จุนเจือเจ้าหน้าที่รัฐ พื้นที่ไหนมีบ่อน พื้นที่นั้นสบาย" นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กล่าว

"ปัจจุบันนอกจากต้องเคลียร์ทหาร ตำรวจแล้ว อาจต้องแบ่งไปให้พวกปกครองด้วย คือรายได้เค้ามหาศาล จ่ายได้เคลียร์ได้ทั่วถึง นี่ยังไม่รวมตำรวจนอกหน่วยซึ่งดูแลพื้นที่ในเขตนั้นๆ ที่จะได้รับส่วยจากบ่อนอย่างเป็นปกติทุกเดือน"

ถูกจับ ปิดบ่อนไปแล้ว ทำไมยังเปิดใหม่ได้ซ้ำๆ 

"ก็อย่างที่บอกว่า บ่อนคือรายได้หลักจุนเจือพื้นที่ พอมีกระแสข่าวก็ปิดหนีไป จะกลับมาเปิดใหม่ตอนข่าวเงียบไปแล้วสัก 2-3 อาทิตย์ ที่สำคัญโทษไม่ได้หนัก ไม่ได้ฆ่าคนตาย ไม่ใช่คดีก่ออาชญากรรมร้ายแรง สามารถจ่ายค่าปรับรับบทลงโทษแล้วก็กลับมาเปิดใหม่กันหลายเจ้า ไม่ใช่แค่เฉพาะของ เฮีย ต. คนเดียวซะเมื่อไหร่ ซึ่งปัจจุบันถ้าเอาเรื่องจริงมาพูดกัน ตำรวจต้องรู้แก่ใจว่า ในนครบาลมีกี่พื้นที่?? เยอะมากนะ ไม่รวมหัวเมืองต่างจังหวัดอีก ปล่อยให้เปิดกันตามชอบใจ แค่เคลียร์เงินให้ครบก็พอ" ชูวิทย์  เล่าให้เราฟัง

เหตุการณ์ "เสือ ดุสิต" ปล้นบ่อน ตำรวจวางยากันเองรึเปล่า 

"นั่นน่ะสิ ผมเชื่อแบบนั้น บ้ารึเปล่า ใครจะมาทุบหม้อข้าวตัวเอง ยิ่งภาพในบ่อนถูกเผยแพร่ออกมาแบบนี้ ชัดเจนว่าตำรวจพื้นที่ต้องรู้ และควรรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย ผมก็ไม่รู้นะว่าใครปล่อยภาพปล่อยข่าว แต่ทั้งหมดนี้มีแต่เสียกับเสีย เจ้าของบ่อนก็เสีย ตำรวจก็เสีย คนที่ควงปืนเข้าไปปล้นบ่อนยิ่งเสียหนักเข้าไปใหญ่ ยังจะกล้าออกมาโพสต์ประจานตัวเอง เรื่องทั้งหมดต้องคิดลึกๆ เป็นไปได้มั้ยว่าเคลียร์เงินไม่ครบ ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่หักกันเอง ส่วนตัวเดินเรื่อง หรือ เสือ ดุสิต อาจจะเป็นนิ้วของใครสักคน รับงานมาป่วนให้เกิดเรื่องสั่งสอนใครสักคน …อันนี้ผมเดานะ" ชูวิทย์ ทิ้งท้าย 

"เสือ ดุสิต" พูดเองชัดๆ ทำไมถึงลงมือก่อเหตุ 

ตำรวจให้สัมภาษณ์งงๆ อยู่นาน กระทั่งสืบสาวราวเรื่องจนทราบว่าบ่อนดังกล่าวภายในซอยพหลโยธิน 50 แยก 1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ตั้งอยู่ด้านหลังบิ๊กซี สาขาสะพานใหม่ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.2 และ สน.บางเขน ได้ร่วมกันควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ร่วม 4 คน ประกอบด่วย 1.นายสัมฤทธิ์ หรือเสือ ริมเถื่อน อายุ 33 ปี 2.นายวัชระ หรือโจ๊ก มากจงดี อายุ 22 ปี 3.นายอนนต์เศรษฐ์ หรือตั้ม อวยพร อายุ 20 ปี 4.นายสัมภาษณ์ หรือโอ๋ โสภี อายุ 27 ปี

ข้อมูลระบุว่า ทั้งหมดไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง แต่เป็นบุคคลที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิดขณะกำลังก่อเหตุ ก่อนจะควบคุมตัวได้ในเวลาต่อมาโดย "นายเสือ" และ "นายโจ๊ก" ได้อ้างว่า เล่นเสียเงินไปจำนวนประมาณ 20,000 บาท ภายหลังมีคนที่อยู่ในบ่อนมาสะกิดบอกให้นายเสือเลิกเล่น เพราะบ่อนนี้เขย่าบังคับลูกเต๋าได้ เมื่อนายเสือ รู้ว่าตัวเองถูกโกงจึงเกิดบันดาลโทสะ

"วันนั้นไม่ได้ตั้งใจไปปล้นบ่อนพนัน ไม่มีนาย หรือมีใบสั่งจากใคร ทราบว่ามีบ่อนพนันเปิดที่ซอยพหลโยธิน 50 แยก 1 ก็เลยไปเล่น แต่เห็นพิรุธว่าเล่นเท่าไรก็ไม่ได้เงิน จึงรู้สึกโกรธเชื่อว่าถูกโกงพนัน จึงพาพวกมาเอาเงินคืนจากบ่อนพนัน ยืนยันว่าเงินที่ผมได้จากโต๊ะพนันก็แค่หมื่นกว่าบาท ไม่ได้เป็นหลักแสนตามที่มีข่าวนำเสนอ ยอมรับว่ารู้จักกับเจ้าของบ่อน และอยากบอกสังคมว่า ถ้าทราบว่าบ่อนพนันมีการโกง ก็ไม่ควรไปเล่น ส่วนตัวเองก็จะเล่นพนันแบบนี้เป็นครั้งสุดท้าย หลังพ้นโทษก็ตั้งใจจะทำมาหากินสุจริต"

**ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลจากแหล่งข่าวยังอ้างด้วยว่า บ่อนเฮีย ต. เปิดถึง 20 จุดในพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย "เฮีย ต." มีความสนิทสนมกับบิ๊กตำรวจนายหนึ่ง คอยให้การช่วยเหลือบิ๊กตำรวจรายนี้ทุกครั้งที่เอ่ยปาก

ธุรกิจนอกกฎหมายของ "เฮีย ต." โด่งดังเป็นที่รู้จักมาตั้งแต่กรณีการว่าจ้างโคโยตี้ไปเต้นเปลือยอกในบ่อน และเพิ่งถูกตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางบุกจับเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ยังเปิดต่อได้ หรือเพราะมีตำรวจคอยช่วยเหลือ?. 

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
– Website : www.thairath.co.th
– LINE Official : Thairath

admin