Manager Online | ตร.ยิงกระสุนจริง-ทางการเตือนอันตราย ขณะเศรษฐกิจฮ่องกงส่อแววถดถอยรอบ10ปี

Manager Online | ตร.ยิงกระสุนจริง-ทางการเตือนอันตราย ขณะเศรษฐกิจฮ่องกงส่อแววถดถอยรอบ10ปี

เอเจนซีส์ – ทางการฮ่องกงเตือนในวันจันทร์ (26 ส.ค.) การที่ผู้ประท้วงใช้ความรุนแรงอย่างผิดกฎหมายกำลังผลักดันเขตบริหารพิเศษของจีนแห่งนี้ออกไปถึงปากเหวที่มีอันตรายมาก หลังจากเกิดเหตุปะทะขึ้นอีกหลายครั้งเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยที่ตำรวจได้ยิงปืนใช้กระสุนจริงเป็นครั้งแรก และจับกุมผู้ประท้วงไป 86 คน ซึ่งคนที่อายุน้อยที่สุดอยู่ในวัยแค่ 12 ปี ขณะเดียวกันก็มีความกังวลมากขึ้นว่า ศูนย์กลางการเงินสำคัญแห่งหนึ่งของโลกแห่งนี้จ่อเข้าสู่ภาวะถดถอยครั้งแรกในรอบสิบปี ซ้ำร้ายปักกิ่งยังไม่สามารถยื่นมือช่วยเหลือได้เหมือนคราวก่อนๆ เพราะกำลังเผชิญภาวะชะลอตัวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 3 ทศวรรษเช่นเดียวกัน

ตำรวจใช้ทั้งเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงและระเบิดแก๊สน้ำตาหลายระลอก ในการต่อสู้วิ่งไล่กันไปมากับพวกผู้ประท้วง ซึ่งใช้วิธีขว้างก้อนหินและระเบิดขวดน้ำมัน เมื่อคืนวันอาทิตย์ (25) ในย่านฉวนวาน ซึ่งอยู่ในเขตนิวเทอร์ริทอรีส์ ห่างจากศูนย์กลางเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร โดยที่ในคืนวันเสาร์ (24) ตำรวจกับผู้ประท้วงก็เกิดการปะทะรุนแรงเช่นเดียวกัน ในย่านอุตสาหกรรม ควุน ตง ทางตะวันออกของเขตเกาลูน

ทั้งนี้ในวันอาทิตย์ ผู้ประท้วงกลับมาใช้กลยุทธ์แมวไล่หนู ด้วยการย้ายหนีไปเรื่อยๆ เมื่อถูกตำรวจเข้าสลายการชุมนุม รวมทั้งยังมีการตั้งสิ่งกีดขวางปิดถนนบางสาย ภายหลังมีการชุมนุมในตอนกลางวัน ซึ่งเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยเป็นส่วนใหญ่

สำนักงานตำรวจฮ่องกงแถลงในวันจันทร์ว่า ในคืนวันอาทิตย์ ตำรวจ 6 คนต้องชักปืนออกจากซอง และมีคนหนึ่งยิงขึ้นฟ้าเพื่อเตือนหนึ่งนัด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการยิงกระสุนจริง ตั้งแต่ที่การประท้วงเริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายน นอกจากนั้นตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมายังมีการยิงระเบิดแก๊สน้ำตา 215 ลูก และกระสุนยาง 74 นัด

ตำรวจบอกด้วยว่า ได้จับกุมผู้ต้องหาไป 86 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 12 ถึง 52 ปี ด้วยข้อหาความผิดต่างๆ ตั้งแต่การชุมนุมอย่างผิดกฎหมาย, การครอบครองอาวุธเพื่อใช้โจมตีทำร้าย, และการทำร้ายตำรวจ ขณะเดียวกันก็มีตำรวจ 21 คนได้รับบาดเจ็บจากความรุนแรงเหล่านี้

ขณะที่รัฐบาลฮ่องกงระบุว่า การก่อความรุนแรงและการกระทำผิดกฎหมายของผู้ประท้วงหัวรุนแรงไม่เพียงเป็นการกระทำที่อุกอาจ แต่ยังผลักดันให้ฮ่องกงเข้าสู่ปากเหวของสถานการณ์อันตรายมาก

อย่างไรก็ตาม ผู้ประท้วงยังคงมีแผนชุมนุมต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงการชุมนุมหน้าอาคารสำนักงานใหญ่คาเธ่ย์ แปซิฟิก แอร์เวย์สในวันพุธ (28) เพื่อประท้วง “ภัยขาว” ซึ่งหมายถึงการกระทำอย่างลับๆ เพื่อสร้างบรรยากาศของความกลัว

คาเธ่ย์เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดที่ได้รับผลกระทบจากการประท้วง หลังจากจีนเรียกร้องให้บริษัทพักงานพนักงานที่เกี่ยวข้องหรือให้การสนับสนุนการประท้วงต่อต้านรัฐบาล

นอกจากถือเป็นวิกฤตการเมืองรุนแรงที่สุดนับจากอังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้จีนในปี 1997 แล้ว การประท้วงครั้งนี้ที่ยืดเยื้อมาถึงสามเดือน ยังสร้างความเสียหายรุนแรงต่อธุรกิจทุกแขนง และทำให้เศรษฐกิจของเกาะศูนย์กลางการเงินโลกแห่งนี้จ่อเข้าสู่ภาวะถดถอยเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ

ไตรมาสที่ผ่านมาซึ่งผลกระทบจากการประท้วงยังไม่มากนัก แต่เศรษฐกิจฮ่องกงก็หดตัว 0.4% จากไตรมาสแรก นับจากนั้นการประท้วงลุกลามไปทั่วเกาะ ขัดขวางการจราจร ย่านช้อปปิ้งและท่องเที่ยวเป็นอัมพาต สนามบินปิดให้บริการหลายครั้ง จึงมีแนวโน้มสูงว่า เศรษฐกิจไตรมาสปัจจุบันจะติดลบอีกและทำให้ฮ่องกงเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค

สำหรับตลอดปีนี้นั้น ฮ่องกงคาดหมายอัตราเติบโตไว้ที่ 0-1% แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่า ตัวเลขมีแนวโน้มติดลบมากกว่า

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงใน 2 คนว่า ความวุ่นวายทางการเมืองทำให้อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ บริษัทอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน ตัดสินใจเลื่อนแผนจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ออกไปก่อน

กลางสัปดาห์ที่แล้ว แบงก์ ออฟ อีสต์ เอเชียที่เพิ่งรายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรกดิ่ง 75% จากการลดมูลค่าสินทรัพย์ในจีน ได้เตือนด้วยว่า การประท้วงที่ยืดเยื้ออาจส่งผลต่อกิจการขนาดกลางและเล็ก

ขณะที่บริษัทในอุตสาหกรรมต่างๆ รายงานว่า ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการประท้วง บางแห่งขอให้พนักงานหยุดโดยไม่รับเงินเดือนในเดือนนี้ ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวตกฮวบ บริษัททัวร์จีนรายใหญ่เผยว่า นักท่องเที่ยวจีนหายไป 80% เนื่องจากกังวลความปลอดภัย ส่วนนักลงทุนเริ่มตีจากฮ่องกง เช่นเดียวกับแบงก์บางแห่งที่วางแผนโยกย้ายไปยังเมืองอื่นๆ ในเอเชีย

แคร์รี่ ลัม ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ย้ำเตือนว่า การประท้วงกำลังทำร้ายเศรษฐกิจ แต่ยังคงยืนกรานปฏิเสธข้อเรียกร้องหลักของผู้ประท้วง

เดือนนี้ลัมประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 2,400 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษา สาธารณูปโภค ไปจนถึงการผ่อนปรนหนี้สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ทว่า นักวิเคราะห์เตือนว่า ในสภาวะปัจจุบัน ทั้งบริษัทและผู้บริโภคต่างไม่มีกระจิตกระใจออกไปใช้จ่าย มาตรการกระตุ้นของรัฐบาลจึงมีแววไร้ผล

ที่สำคัญ ปักกิ่งที่เคยค้ำจุนเศรษฐกิจฮ่องกงทุกครั้งที่เผชิญปัญหา ณ เวลานี้ก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้นัก เพราะกำลังเผชิญการชะลอตัวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 3 ทศวรรษและยอดหนี้สูงสุดทำสถิติ

admin