Workpoint News | อ่านสรุป ปมดราม่า ‘กรุงเทพคริสเตียน’ ที่มาที่ไป #SaveBCC

Workpoint News | อ่านสรุป ปมดราม่า ‘กรุงเทพคริสเตียน’ ที่มาที่ไป #SaveBCC
อ่านสรุป ปมดราม่า ‘กรุงเทพคริสเตียน’ ที่มาที่ไป #SaveBCC

ประเด็นร้อนของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ที่นัดกันแต่งชุดดำ พร้อมติดแฮชแท็ก #SaveBCC เรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่

 

สิ่งที่นักเรียน ศิษย์เก่า และผู้ปกครองพยายามจะเรียกร้องคืออะไร และ พวกเขาต้องการ "Save" BCC จากใคร

Workpoint News จะสรุปสาระสำคัญของเรื่องนี้ ให้เข้าใจภายใน 27 ข้อ

1) โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (BCC) เปิดทำการสอนครั้งแรก เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2395 หรือเมื่อ 167 ปีที่แล้ว นี่คือโรงเรียนเอกชนแห่งแรกของประเทศไทย

2) ในปี พ.ศ.2477 สภาคริสตจักรในประเทศไทย (CCT) ได้ทำการก่อตั้งขึ้น โดยมีหน้าที่รับผิดชอบการเผยแผ่ศาสนา โดยสภาคริสตจักร นอกเหนือจากงานด้านศาสนาแล้ว ยังมีส่วนร่วมทางสังคมหลายอย่าง เช่น การก่อตั้งโรงพยาบาล และสถานศึกษาหลายแห่งขึ้นในประเทศ

เมื่อมีสภาคริสตจักร ทำให้ โรงเรียนคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ในประเทศไทย จึงเข้ามาอยู่ในความดูแลของสภาคริสตจักรโดยตรง โดยปัจจุบันมี 28 โรงเรียน ที่อยู่ในสังกัด ซึ่งก็รวมถึง กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ด้วย

3) หลักการบริหาร คือองค์กรแม่ สภาคริสตจักรจะทำการคัดเลือกบุคลากร แล้วส่งไปดูแลบริหารโรงเรียนต่างๆ ในเครือ โดยเฉพาะการแต่งตั้งตำแหน่งใหญ่ อย่างผู้อำนวยการโรงเรียน จะมาจากการตัดสินใจของบอร์ดบริหารของสภาคริสตจักรทั้งหมด

4) ปี พ.ศ. 2560 สภาคริสตจักร มีมติแต่งตั้ง นายศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ขึ้นเป็น ผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนคนใหม่ โดยนายศุภกิจ ถือว่ามีความผูกพันกับโรงเรียนเป็นอย่างดี เพราะเป็นศิษย์เก่ามาก่อน (รุ่น 134) หลังเรียนจบมัธยม ไปเรียนต่อปริญญาตรี ที่คณะมนุษยศาสตร์ เอกดนตรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พอเรียนจบ เขากลับมาเป็นครูสอนวิชาดนตรี ที่กรุงเทพคริสเตียนฯ โดยเด็กๆรู้จักเขาในชื่อ "อาจารย์ทอม" ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะก้าวขึ้นมาเป็น ผอ.โรงเรียน

5) ในช่วง 2 ปีครึ่งที่รับงานเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ผอ.ศุภกิจ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างให้เกิดขึ้นกับโรงเรียน โดยวันที่เจ้าตัวรับงานในช่วงแรกๆ เขาประกาศว่า "กรุงเทพคริสเตียนของเราต้อง Go Forward ความตั้งใจของผมคือคนต้องรู้จักกรุงเทพคริสเตียนไม่ใช่แค่ไทย แต่ต้องเป็นถึงเวทีนานาชาติ เด็กเราจะมุ่งเป้าสู่เวทีโลก"

6) นายศุภกิจ โดดเด่นทั้งเรื่องนโยบาย และคาแรคเตอร์ ในเรื่องนโยบาย เขาผลักดันโครงการ บีซีซี สเปซโปรแกรม โดยให้กรุงเทพคริสเตียน ลงนามร่วมกับมหาวิทยาลัยโตเกียว และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เพื่อสร้างเสริมความรู้เทคโนโลยีอวกาศให้กับเด็กมัธยม และตั้งเป้าจะส่งดาวเทียม ซึ่งเป็นผลงานของนักเรียน ขึ้นวงโคจรอวกาศให้ได้

7) รวมถึงต้นปี 2562 ที่เขาผลักดันแนวคิด ให้นักเรียนใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียนได้ 1 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งเรียกเสียงฮือฮา จากคนในประเทศ ที่เขากล้าคิด กล้าทำ ในประเด็นยูนิฟอร์มที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนกับสังคมไทย

8 ) มีการผลักดันสร้างวิชา FE (Free Elective) ซึ่งเพิ่มเติมหลักสูตรขึ้นมาจากวิชาสามัญ แต่เป็นวิชาที่อิงกับชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่น วิชาภาษาอังกฤษจาก Netflix , วิชาอาหารนานาชาติ, วิชาการแสดงขั้นพื้นฐาน, การตัดต่อภาพยนตร์เบื้องต้น ,การวางแผนการเงินและการลงทุน ฯลฯ

9) รวมถึงมีการสร้างหลักสูตร BCC Next ของม.ปลาย ที่พัฒนากรุงเทพคริสเตียนฯ จากเดิมแบ่งสายหลวมๆ เป็นวิทย์-คณิต หรือ ศิลป์-ภาษา ได้สร้างเส้นทางหลากหลาย เพื่อให้เหมาะกับเด็กแต่ละคน โดยใช้คำว่า Track

เช่นสาขาแพทย์ศาสตร์ , วิศวกรรมการบิน, วิทยาศาสตร์การกีฬา,นิเทศศาสตร์ ภาพยนตร์ และสื่อดิจิตอล , นิติศาสตร์ ฯลฯ เพื่อเป็นการให้ตัวนักเรียน ได้ลงเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ และต่อยอดไปได้เร็วขึ้นในสมัยมหาวิทยาลัย

10) ขณะที่คาแรคเตอร์ของผอ.ศุภกิจนั้น เขาก็ถูกพูดถึงในทางบวก ในวันเปิดเทอม เดือนพฤษภาคม 2561 ผอ.ใส่ชุดนักเรียน ลงมาต้อนรับเด็กๆด้วยตัวเอง เพื่อสร้างความเป็นกันเอง

11) รวมถึง เคยให้สัมภาษณ์ในประโยคที่น่าประทับใจว่า "ถ้าเราอยากให้เด็ก Respect เราก็ต้อง Respect เขา แล้วเขาจะ Respect เรา โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจ" เป็นการแสดงทัศนคติของผู้บริหารยุคใหม่ ที่มีความเข้าใจในตัววัยรุ่นเป็นอย่างดี ที่ไม่ชอบการถูกสั่ง และถูกบังคับ

12) อย่างไรก็ตาม หลังจากดำรงตำแหน่ง ผอ.ได้เพียงแค่ 2 ปีครึ่งเท่านั้น วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 สภาคริสตจักรในประเทศไทย ได้มีคำสั่งปลด ผอ.ศุภกิจ และ ดร.วัชรพงษ์ อภิญญานุรังสี ผู้จัดการของโรงเรียน ออกจากตำแหน่งทั้ง 2 คน อย่างกะทันหัน ท่ามกลางความสับสนของคณะครู ผู้ปกครอง ว่า ทั้งคู่ไปทำอะไร ถึงโดนเบื้องบนสั่งลงโทษแบบนั้น

13) ทางฝั่งสภาคริสตจักรไม่เปิดเผยกับสาธารณชน ถึงความผิดของ ผอ.ศุภกิจ และ ดร.วัชรพงษ์ ดังนั้นวันที่ 2 สิงหาคม ทางโรงเรียนจึงได้เรียกร้องขอความเป็นธรรม ให้มีการสืบสวนขึ้น เพราะการโดนปลดจากตำแหน่ง ถ้ามองในมุมสังคม คือกระทำความผิดร้ายแรง แต่ทั้ง 2 คน ยังไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรในกรณีนี้

14) 6 สิงหาคม สภาคริสตจักรยืนยันว่า ผอ.ศุภกิจ และ ดร.วัชรพงษ์ ทำความผิดในเรื่อง "การจัดซื้อที่ดิน และกิจการของโรงเรียนบึงกาฬคริสเตียน" และได้ตั้งคณะกรรมการ 5 คน เป็นผู้สอบสวน โดยมี มัคนายกวิศาล มหชวโรจน์ เป็นประธานในการสอบสวน

อย่างไรก็ตาม ในคณะกรรมการทั้ง 5 คน มีถึง 3 คน ที่มีความสัมพันธ์กับบอร์ดบริหารของสภาคริสตจักร

ได้แก่ วิศาล มหชวโรจน์ (ปธ.คณะกรรมการสอบสวน) เป็นลูกชายของ ดร.ทวีศักดิ์ มหชวโรจน์ (บอร์ดของสภาคริสตจักร)

ศักดิ์สิทธิ์ ม่วงศักดิ์ (คณะกรรมการสอบสวน) เป็นน้องของ สยาม ม่วงศักดิ์ (บอร์ดของสภาคริสตจักร)

ดร.อวิรุทธ์ โชตินันทเศรษฐ์ (คณะกรรมการสอบสวน) เป็นญาติกับ ชาญ โชตินันทเศรษฐ์ (บอร์ดของสภาคริสตจักร)

15) 11 สิงหาคม ทางโรงเรียนได้ส่งจดหมายไปหาสภาคริสตจักร เพื่อตั้งคำถามว่า การปลดผอ.ออกจากตำแหน่ง ทั้งๆที่ยังไม่ได้สอบสวนใดๆ ถือว่าผิดแปลก และ ทำไมถึงพุ่งเป้ามาที่ ผอ. กับ ผู้จัดการโรงเรียนแค่ 2 คนเท่านั้น

รวมถึงตั้งคำถามอีกด้วยว่า คณะกรรมการที่สอบสวน ผอ.ศุภกิจ เป็นเครือญาติโดยตรงกับฝั่งสภาคริสตจักร ซึ่งถ้าแบบนี้ สภาคริสตจักร อยากให้ผลการสอบสวนออกมาแบบไหน ก็สามารถกำหนดได้เลย เพราะก็เป็นเครือญาติกันอยู่แล้ว

16) อย่างไรก็ตาม ทางสภาคริสตจักร ไม่เปลี่ยนใจจากคำสั่งตอนแรก พวกเขาส่ง ผอ.ศุภกิจ ไปช่วยงานที่จังหวัดเชียงใหม่ และแต่งตั้ง ดร.บรรจง ชมภูวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการพิเศษ ขึ้นเป็นรักษาการผอ. ชั่วคราว

17) ในจุดนี้ นักเรียน ศิษย์เก่า และผู้ปกครอง เริ่มตั้งคำถามกับสภาคริสตจักรว่าทำไมไม่มีความชัดเจน ผอ.ทำผิดส่วนไหน ก็ไม่เคยมีการแถลงต่อสังคมอย่างเป็นทางการ แบบนี้ถ้าอยากปลดใครก็สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องถามความเห็นจากศิษย์เก่า หรือผู้ปกครองเลยใช่หรือไม่

18) นอกจากนั้นศิษย์เก่า และ ผู้ปกครอง ก็มีความหวั่นใจ เพราะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ดี แต่การปลดผอ.ออกจากตำแหน่ง อาจทำให้โรงเรียนกลับไปถอยหลังลงคลองอีกครั้ง

19) ด้วยความคับข้องใจของครูอาจารย์ นักเรียน และผู้ปกครอง ที่รู้สึกเหมือนผอ.ศุภกิจโดนสภาคริสตจักรกลั่นแกล้ง จึงมีการก่อตั้งเพจ "องค์กร SaveBCC" ขึ้นมา ในวันที่ 24 สิงหาคม 2562 เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมด และเป็นจุดศูนย์กลางให้กับแคมเปญ การเรียกร้องขอความยุติธรรมครั้งนี้

20) 26 สิงหาคม SaveBCC ได้ยืนยันว่า จะมีกิจกรรมแต่งกายชุดดำ เพื่อเรียกร้องขอคำตอบจากสภาคริสตจักร เป็นการแสดงพลังของคนในโรงเรียน ว่าจะไม่ยอมให้ ผอ.ศุภกิจ ที่ไม่มีความผิดโดนกลั่นแกล้ง

โดยจะรวมตัวกันในวันอังคารที่ 27 สิงหาคม เวลา 6.30 และคาดว่าจะยุติในเวลา 8.00 น. จากนั้นนักเรียนก็สามารถเข้าห้องเรียนได้ตามปกติ

21) อย่างไรก็ตาม ช่วงเย็นของวันที่ 26 นั้นเอง ดร.บรรจง รักษาการผอ.โรงเรียน ได้ประกาศหยุดโรงเรียน 1 วัน โดยให้เหตุผลว่า "มีความจำเป็น เพราะต้องการป้องกันสถานการณ์ที่จะสร้างความสับสน"

ซึ่งในเรื่องนี้ ทางบุคลากรของกรุงเทพคริสเตียน ก็ไม่พอใจการตัดสินใจของดร.บรรจง เนื่องจากมองว่า ทุกคนมาแสดงพลังแค่ในช่วงเช้า แล้วก็เข้าเรียนได้ตามปกติ แต่การประกาศให้หยุดเรียน มันทำให้ดูเรื่องนี้ มีความรุนแรงเกินเหตุ ทั้งๆที่ เป็นการชุมนุมโดยสันติ

22) 27 สิงหาคม 2562 ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และ นักเรียน ได้รวมตัวกันตามนัด ในช่วงเช้าด้วยการแต่งกายชุดดำ โดยแกนนำของ SaveBCC ได้แถลงการณ์เรียกร้อง ใน 4 ข้อ

1- โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ไม่ควรถูกแทรกแซง จากสภาคริสตจักรในประเทศไทย

2- การสืบสวน ผอ.ทำได้ แต่ต้องใช้คณะกรรมการที่เป็นกลาง ไม่ใช่มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นญาติกันแบบนี้

3- เพื่อความยุติธรรมที่แท้จริงในการสืบสวน ขอเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐ มาเป็นคนกลางในการตัดสินปัญหา

4- ขอให้มีการทบทวน คนที่จะมารับหน้าที่ตำแหน่งรักษาการ ผอ.โรงเรียน ใหม่อีกครั้ง โดยกลุ่ม SaveBCC เชื่อว่า ดร.บรรจง มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับ สภาคริสตจักร ดังนั้นอาจคอนโทรลโรงเรียนให้เป็นไปในทิศทางที่สภาคริสตจักรต้องการได้

23) กวิณ สันฑกุล ศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียน รุ่น 127 แกนนำองค์กร SaveBCC เปิดเผยกับ Workpoint News ว่า "จุดยืนของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน คือเราต้องการความยุติธรรมในการสืบสวน ถ้าหากมีการสอบสวนด้วยองค์กรที่เป็นกลาง แล้วปรากฏว่า ผอ.ทำผิดจริง เราจะยอมรับและไม่ปกป้องคนผิดแน่นอน แต่กรณีนี้ สภาสั่งปลดผอ.ด้วยความคลุมเครือ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่า ผอ.ทำผิดตรงไหนกันแน่"

24) ขณะที่ผู้ปกครองของนักเรียนคนหนึ่ง ที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อระบุว่า "หากถามว่าเพราะอะไรทำไมเลือกให้ลูกชายเรียนที่นี่ ที่ที่การสอบเข้าแข่งขันกันสูงมาก หนึ่งในเหตุผลคือ ชอบวิสัยทัศน์ของผอ.ที่ทันสมัย มีแนวคิดที่พัฒนา และออกจากกรอบระบบการศึกษาแบบเดิมๆ"

"เป็นกำลังใจให้ผอ. ขอให้พระเจ้าคุ้มครอง และอวยพรให้ผอ.ผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆนี้ไปได้โดยเร็ววัน"

25) บทสรุป ในเวลานี้ ผอ.ศุภกิจ และ ดร.วัชรพงษ์ ถูกห้ามเข้าออกในรั้วโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และโดนย้ายไปช่วยงานในจังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่นักเรียน ศิษย์เก่า และผู้ปกครอง ก็ต้องการคำอธิบาย และการสืบสวนที่ชัดเจนว่า เอาเหตุผลอะไรมาปลด

กลุ่ม SaveBCC ตั้งคำถามว่า ถ้าหากองค์กรภายนอก สามารถทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ ในอนาคตอาจเปลี่ยนทิศทางของโรงเรียนไปทางไหนก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องถามความต้องการของนักเรียน ศิษย์เก่า และ ผู้ปกครองอีกต่อไป ซึ่งในมุมของบุคลากรกรุงเทพคริสเตียน นี่คือการริดรอนเสรีภาพอย่างรุนแรง

26) และเพื่อรักษาสปิริตของโรงเรียนเอาไว้ ที่นักเรียน ศิษย์เก่า และผู้ปกครอง มีพลังในการขับเคลื่อนโรงเรียนอย่างแท้จริง โดยไม่โดนอำนาจใดๆมาบีบบังคับ จึงจำเป็นต้องเรียกร้องความยุติธรรมในกรณีนี้

27) ล่าสุด สภาคริสตจักรในประเทศไทย ในฐานะองค์กรแม่ ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆในเรื่องนี้ ดังนั้น จึงยังไม่มีใครทราบคำตอบว่า สุดท้ายอนาคตของ "อาจารย์ทอม" ผอ.ศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ จะลงเอยในรูปแบบใด

admin