Health Addict | เคสแรกของโลก! เด็กอินเดีย 7 ขวบคนนี้ มีฟันมากกว่า '560 ซี่'

Health Addict |  เคสแรกของโลก! เด็กอินเดีย 7 ขวบคนนี้ มีฟันมากกว่า '560 ซี่'
ภาวะนี้ถือเป็นเคสแรกๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ อะไรทำให้เด็กน้อยคนนี้พบเจอกับภาวะดังกล่าว แนวทางป้องกันเป็นอย่างไร ? สาเหตุของโรคนี้มาจากไหนกันแน่? ค้นหาคำตอบไปด้วยกัน

เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เราได้ยินข่าวนี้แว๊บๆ เกี่ยวกับเด็กน้อยชาวอินเดียวัยเจ็ดปีที่มีฟันซ่อนอยู่ในปากราวๆ  500 กว่าซี่ แต่ก็ไม่ใส่ใจเท่าไหร่จนพึ่งมารู้ว่านี่เป็นเคสแรกของโลก  เลยอดนึกไม่ได้ว่า…ตกลงเด็กน้อยคนนี้เป็นโรคอะไรกันแน่ ? และอะไร? คือสาเหตุทำให้น้องต้องเป็นแบบนี้ …วันนี้เลยตั้งใจจะพาทุกคนมาตะลุยเจาะลึกกับเคสนี้ไปด้วยกัน  โดยเริ่มที่สัญญาณเตือนของภาวะนี้กันก่อน 
อาการแรกเริ่มจาก…ปวดบริเวณฟันกรามล่างแบบเป็นๆ หายๆ 
เด็กชายคนนี้มีชื่อว่า ราวินดานาท (Ravindranath) ก่อนมาพบแพทย์เขามีอาการปวดบวมบริเวณฟันกรามล่างแบบเป็นๆ หายๆ มาอย่างยาวนาน  และวันหนึ่งครอบครัวจึงตัดสินใจพาหนูน้อยไปพบแพทย์หลังจากเห็นว่าบริเวณที่ปวดนั้นบวมเพิ่มมากขึ้น
หลังพบทีมแพทย์…ผลเอกซเรย์ทำให้โลกต้องตะลึง!
เมื่อเด็กน้อยถูกส่งตัวไปพบแพทย์ผ่าตัด ณ วิทยาลัย Saveetha dental รวมถึงโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองเชนไน ปรากฎว่าทีมแพทย์ต่างพบเจอกลุ่มฟันทับซ้อนซ่อนอยู่บริเวณดังกล่าวมากถึง 526 ซี่  ทำให้บริเวณกรามล่างของน้อง ถ้าคุณดูจากภายนอกจะเห็นความอูมบวม เป็นความบวมที่สร้างความเจ็บปวดให้เขามาตลอด
 

Photo by P Ravikumar/Reuters
ซึ่งจำนวนฟันที่ทับซ้อนเรียงแถวหน้ากระดานประมาณสองถึงสามแถวนี้ โชว์ให้เห็นถึงการเยื้องไปมาของกลุ่มฟันหลากหลายขนาด ดูไม่สละสลวยเอาซะเลย  ทางแพทย์หญิง พาร์ทีบาร์ รามานี (Pratibha Ramani ) แพทย์ผู้เป็นส่วนหนึ่งในการให้การรักษาบอกว่า  ทีมแพทย์พยายามใช้เครื่องมือเลาะเข้าไปสู่จุดที่ลึกที่สุดของกรามล่างก่อนที่จะค่อยๆ ถอนฟันเล็กๆ เหล่านั้นออกมา 
ความจริงแล้ว กลุ่มฟันเหล่านี้ต้องขึ้นมาเหมือนฟันทั่วไป แต่เคราะห์ร้ายที่พวกมันดันฝังอยู่ที่เดิมไม่ยอมเติบโตขึ้น คุณหมอต้องค่อยๆ ถอนมันออกทีละนิดละหน่อยก่อนนำมาเรียงเป็นแถววนเป็นรูปก้นหอยอย่างที่เห็นนี้ 

(Image: © Newslions Media/MEGA/Newscom)
แล้วตกลงเขาเป็น…โรคอะไรกันแน่? 
ทางทีมแพทย์บอกว่าเด็กคนนี้เป็นโรค Odontoma  คือเนื้องอกชนิดที่ไม่เป็นอันตราย  ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการฟันขึ้นช้ากว่ากำหนดและมักบังเอิญเจอว่าเป็นโรคนี้หลังจากการถ่ายภาพเอกซเรย์ หรือเรียกอีกอย่างว่า การถ่ายภาพรังสี และปกติแล้วโรคนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ 

  1. เนื้องอกที่ประกอบไปด้วยซี่ฟันขนาดเล็กจำนวนมาก (Compound odontoma) และ 
  2. เนื้องอกที่ประกอบไปด้วยตัวเคลือบฟัน รากฟัน เนื้อฟันและประสาทฟันที่เรียงตัวกันกระจัดกระจาย (Complex odontoma ) 
    ซึ่งสำหรับเคสของราวินดานาทเขาจัดอยู่ในประเภทแรกนั่นเอง
    ส่วนสาเหตุของโรคนั้น…"ยังไม่ชัดเจน"
    ด๊อกเตอร์ พาร์ทีบาร์ บอกว่า สาเหตุอาจมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม  เช่น การได้รับรังสีจากแหล่งปล่อยสัญญาณคลื่นสื่อสาร อย่างเสาสัญญาณโทรศัพท์นั่นเอง กรณีนี้ทางสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐฯ แย้งว่าไม่น่าจะใช่ เพราะสัญญาณจากเสามีรังสีเหมือนกับหน้าจอทีวีที่ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น ทั้งนี้นี่ก็เป็นเพียงแค่การคาดคะเนของทีมแพทย์เท่านั้น เพราะสาเหตุที่แท้จริงก็ยังไม่มีใครสามารถระบุได้  
    ฉะนั้น! เอาเป็นว่าเคสนี้ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า อย่างน้อยอาการผิดปกติ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับคนอายุน้อยหรือมาก ตรงจุดไหนบริเวณไหนก็ตาม เมื่อสังเกตเห็นต้องไม่ละเลย และเมื่อไหร่ที่คนใกล้ตัวคุณบ่นว่าเจ็บปวดส่วนไหน ก็ไม่ควรวางใจเด็ดขาด ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นทางแก้ที่ดีที่สุด 
     

admin