Manager Online | ปรับใช้ยางพาราหุ้มแบริเออร์ “ศักดิ์สยาม”ตั้งเป้างานถนนใช้2แสนตันปี63

Manager Online | ปรับใช้ยางพาราหุ้มแบริเออร์ “ศักดิ์สยาม”ตั้งเป้างานถนนใช้2แสนตันปี63

“ศักดิ์สยาม”สั่งเร่งศึกษา ออกแบบใช้ยางพาราหุ้มแบริเออร์คอนกรีต หลังทดลองพบ แข็งแรงและรับแรงกระแทกได้ดีกว่า ให้เวลาอีก 2สัปดาห์สรุปผล ตั้งเป้าปี 63 เพิ่มปริมาณยางกับงานก่อสร้างเป็น 2 แสนตัน ส่งเงินถึงมือเกษตรกรชาวสวนยางไม่ผ่านคนกลาง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมเพื่อทบทวนการใช้ปริมาณยางพาราของกระทรวงคมนาคมในปี 2563 ว่า ได้มอบนโยบายให้ กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) กรมเจ้าท่า (จท.) ศึกษาแนวทางในการนำยางพาราไปใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งในส่วนของการก่อสร้างถนนนั้น ให้เพิ่มในเรื่องการใช้กับอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย

โดยเบื้องต้น ได้มีการนำเสนอข้อมูล ในส่วนของแบริเออร์ จะยังคงรูปแบบคอนกรีต เพราะจะมีความแข็งแรง โดยจะนำยางพาราใช้เป็นตัวหุ้มแบริเออร์ ซึ่งจะช่วยรับแรงกระแทก และลดความรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งแบริเออร์คอนกรีต ใช้ยางพาราหุ้มด้านนอก ให้ปรับออกแบบเพื่อเพิ่มการรับแรงกระแทก ที่ 120 กม./ชม. ไปถึง 150 กม./ชม. ซึ่งรูปแบบนี้ มีการรับรองที่สหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำข้อมูลเพิ่มเติม และสรุปแบบที่เหมาะสม เสนอต่อที่ประชุมอีก 2 สัปดาห์ โดยให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านกรมส่งเสริมสหกรณ์การเกษตร เพื่อถ่ายทอดความรู้ไปที่เกษตรกรต่อไป พร้อมกันนี้ จะให้กรมบัญชีกลาง ช่วยกำหนดราคาการใช้ยางพาราเป็นวัสดุก่อสร้าง เพื่อใช้ในการประมูลก่อสร้างต่อไป

“นโยบายนี้ จะต้องตอบโจทย์ในเรื่องราคาค่าก่อสร้างที่ไม่เพิ่มมาก ,ความเร็วในการก่อสร้าง,ความแข็งแรง ,ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ,เป็นเทคโนโลยีที่เกษตรกรทำได้,เกษตรกรผลิตและจำหน่ายตรงกีบหน่วยงานไม่ผ่านบริษัท หรือโรงงาน”

โดยปี 2563 ตั้งเป้าหมายใช้ปริมาณยางพาราเพิ่มเป็น 2 แสนตัน ซึ่งพบว่า ถนนขนาด 4 ช่องจราจรที่มีเกาะกลาง สามารถเปลี่ยนเป็นแบริเออร์ มีประมาณ 2,000 กม. อยู่ในความรับผิดชอบของทล.ระยะทาง 1,994 กม. ทช.ระยะทาง 175 กม. ทั้งนี้จะไม่นำแบริเออร์หุ้มยางพาราไปใช้ในถนนพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เนื่องจากอาจจะมีความเสี่ยงต่อการก่อเหตุในพื้นที่ได้

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการซื้อยางพารา AC ใช้ปูผิวถนน ต้นทุนในการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 80 บาท ต่อตารางเมตร คือจาก 280 บาทเป็น 360 บาท แต่เงินถึงเกษตรกรเพียง 13 บาท ดังนั้น การหาวิธีการใหม่ อาจจะมีการใช้งบประมาณเพิ่มแต่ จะทำให้เงินถึงเกษตรกรมากขึ้นและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ถนนอีกด้วย

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2562 กระทรวงคมนาคมมีปริมาณการใช้ยางพารา จำนวน 34,313.35 ตัน คิดเป็นมูลค่ายางพารา 411.76 ล้านบาท ส่วนในปีงบประมาณ 2563 มีแผนการใช้ยางพารา จำนวน 52,368.61 ตัน คิดเป็นมูลค่าฯ 628.41 ล้านบาท โดยปี 2562 – 2563 ปริมาณน้ำยางพาราที่เพิ่มขึ้น 18,055.26 ตัน มูลค่าฯ เพิ่มขึ้น 216.65 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 52.63% (ทล. เพิ่มขึ้น 15.43% และ ทช. เพิ่มขึ้น 128.36%)

ซึ่ง ทล. และทช. ใช้ยางพารากับงานถนน อุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ส่วน จท. นำยางพารามาใช้เป็นผลิตภัณฑ์ยางกันกระแทก รฟท. นำยางพารามาใช้เป็นแผ่นปูทาง แผ่นยางรองรางรถไฟ แผ่นยางครอบหมอนคอนกรีตอัดแรงสำหรับรองใต้แผ่นปูทางผ่าน และ กทพ. เตรียมนำยางพารามาใช้กับเสาล้มลุก ถังเตือนหัวเกาะยางพารา และแบริเออร์ยางพาราที่ใช้สำหรับงานก่อสร้าง

admin