new18 | “จุรินทร์”หนุนผู้ประกอบการโลจิสติกส์

new18 | “จุรินทร์”หนุนผู้ประกอบการโลจิสติกส์
“จุรินทร์”หนุนผู้ประกอบการโลจิสติกส์
“จุรินทร์” พร้อมส่งเสริมผู้ประกอบการไทยสามารถขยายบริการโลจิสติกส์ไปทั่วภูมิภาค ระบุการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับสินค้าและบริการของไทยสามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

“จุรินทร์” พร้อมส่งเสริมผู้ประกอบการไทยสามารถขยายบริการโลจิสติกส์ไปทั่วภูมิภาค ระบุการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับสินค้าและบริการของไทยสามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานพิธีเปิด TILOG–LOGISTIX 2019 งานแสดงสินค้าและบริการด้านโลจิสติกส์ที่ครบครันที่สุด พร้อมส่งเสริมการปรับตัวและยกระดับศักยภาพธุรกิจโลจิสติกส์ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ระหว่างวันที่ 28 – 30 ส.ค. นี้ ณ ฮอลล์ 98 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ซึ่งคาดจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 8,500 ราย ตั้งเป้ามูลค่าเจรจาธุรกิจจากการจัดงานกว่า 1,600 ล้านบาท

ทั้งนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด จัดงาน “TILOG-LOGISTIX 2019” งานแสดงสินค้าและบริการด้านโลจิสติกส์ที่ครบครัน ภายใต้แนวคิด “Transformation and Collaboration for Tomorrow” ผนึกกำลังผู้ประกอบการและนักธุรกิจด้านโลจิสติกส์ นำเสนอความครบครันของเทคโนโลยี โซลูชั่นและ ผู้ให้บริการจาก 415 แบรนด์ 25 ประเทศ พร้อมกิจกรรมเพิ่มองค์ความรู้และสัมมนาระดับนานาชาติ เพื่อส่งเสริมศักยภาพทางการค้า เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ให้บริการโลจิสติกส์ทั้งในประเทศและต่างประเทศกับผู้ประกอบการทั่วภูมิภาคอาเซียน

นายจุรินทร์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยตระหนักถึงความสำคัญของโลจิสติกส์การค้า ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยในปัจจุบันประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านโลจิสติกส์ของภูมิภาคและได้รับการจัดอันดับดัชนีวัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ อยู่ในอันดับที่ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียน และรัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายดัชนีความสามารถในการแข่งขันด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ดีขึ้น โดยมีนโยบายที่ส่งเสริมความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนและพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศอย่างต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ผ่านการส่งออกและการค้าระหว่างประเทศ ได้มียุทธศาสตร์ที่สำคัญเพื่อส่งเสริมการค้าและเร่งรัดการส่งออกเชิงรุก เช่น การเจรจา Regional Comprehensive Economic Partnership หรือ RCEP โดยเน้นรักษาตลาดหลัก ขยายตลาดใหม่และฟื้นฟูตลาดเดิมของไทย นับเป็นโอกาสที่เปิดกว้างขึ้นสำหรับการค้าและการลงทุน รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายบริการโลจิสติกส์ไปทั่วภูมิภาค ดังนั้นการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับสินค้าและบริการของไทยสามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ด้วยการเปลี่ยนแปลงในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive Technology) งาน TILOG-LOGISTIX ปีนี้ จึงให้ความสำคัญกับแนวคิดในการ “ก้าวสู่การพลิกโฉมและสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์อนาคต” โดยบูรณาการทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรมและความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการโลจิสติกส์และผู้ใช้บริการจากทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับสินค้าเกษตร การนำเสนอระบบบริการจัดการห่วงโซ่อุปทานและ โลจิสติกส์ของสินค้าเกษตร ก็มีส่วนช่วยผลักดันการเพิ่มมูลค่าและขยายตลาดให้กับสินค้าเกษตรของไทยได้ในอนาคต

ทางด้าน นายสุทธิศักดิ์ วิลานันท์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด เผยถึงการจัดงาน “TILOG – LOGISTIX 2019” เป็นความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อให้เป็นเวทีแสดงเทคโนโลยี นวัตกรรมครบครันด้านระบบโลจิสติกส์ ตั้งแต่โซลูชั่นพื้นฐานไปจนถึงนวัตกรรมอัจฉริยะ โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์โลจิสติกส์ยุคดิจิทัล สำหรับคนในวงการโลจิสติกส์และวงการอุตสาหกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องจากทั่วภูมิภาคอาเซียนโดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV พิเศษในปีนี้กับบริการขนส่ง Last Mile Delivery/พื้นที่จัดเก็บสินค้าแบบ Self-Storage เพื่อผู้ประกอบการ e-Commerce/โลจิสติกส์เพื่อสินค้าเกษตร และ Cold Chain Logistics (โคลด์เชน) นอกจากนี้ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เช่น ผู้ให้บริการขนส่งข้ามแดน (Cross boarder) ขนส่งเพื่อธุรกิจ e-commerce ผู้ให้บริการพื้นที่คลังสินค้า ผู้ให้บริการโลจิสติกส์เพื่อการเกษตร และCold chain ต่างเตรียมพร้อมที่นำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับผู้ประกอบการ รวมทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายผ่านการเจรจาธุรกิจภายในงาน โดยในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากคณะผู้แทนการค้าจากต่างประเทศเข้าร่วมงานและเจรจาธุรกิจกว่า 500 ราย จากจีน ไต้หวัน มาเลเซีย และกลุ่มประเทศ CLMV เป็นต้น

admin