ไทยโพสต์ | ปปช.เคลียร์'นาฬิกาป้อม' ตีตกรับทรัพย์สินเกิน3พัน

ไทยโพสต์ | ปปช.เคลียร์'นาฬิกาป้อม' ตีตกรับทรัพย์สินเกิน3พัน

    "พี่ใหญ่" เฮลั่น! ป.ป.ช.ตีตกคดี "ป้อมนาฬิกาเพื่อน" ส่วน "จีทูจีล็อต 2" แจ้งข้อกล่าวหาหมดแล้ว "สุภา" เผยคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักการเมือง อยู่ระหว่างการไต่สวน 49 เรื่อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบเบื้องต้น 109 เรื่อง คืบหน้าไปเยอะ     เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สถาบันอิศราร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. จัดงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบบรรณาธิการและผู้บริหารสื่อมวลชน มีการพูดถึงคดีที่อยู่ในการพิจารณาของป.ป.ช.หลายคดี     พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการไต่สวน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กรณีการยืมนาฬิกาเพื่อน 21 เรือน เป็นการรับทรัพย์สินเกิน 3,000 บาท ตามกฎหมาย ป.ป.ช.หรือไม่ ว่าเมื่อเร็วๆ นี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้วินิจฉัยในประเด็นนี้ และมีมติออกมาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอยืนยันมติ และจะให้เลขาธิการป.ป.ช.ชี้แจงต่อสังคม รวมถึงเหตุผลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.วินิจฉัยต่อไป อย่างไรก็ดี ในการลงมติกรณีนี้ ตนขอถอนตัว ไม่ได้ร่วมลงมติด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องต่อเนื่องจากกรณีเดิม     ด้านนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการพิจารณาเรื่องการยืมทรัพย์สินว่า มีการยืม 2 ลักษณะ คือยืมในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นหนี้สิน และยืมในเชิงนิติประเพณี โดยในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ไม่มีการกำหนดให้แสดงรายการทรัพย์สินที่ยืมในเชิงนิติประเพณีดังกล่าวไว้ และเรื่องการยืมที่ถือเป็นนิติประเพณีนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดก่อนเคยวินิจฉัยว่าไม่มีความผิด      เขากล่าวว่า ประเทศไทยเคยมีกรณีการยื่นทรัพย์สินประเภทรถยนต์จำนวนมาก อาทิ กรณีนักการเมืองรายหนึ่งขับรถเบนท์ลีย์สีชมพูเข้าทำเนียบรัฐบาล จนมีคนตั้งข้อสังเกตว่ามีการแจ้งทรัพย์สินดังกล่าวในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินหรือไม่ จนมีการตรวจสอบ แต่นักการเมืองรายดังกล่าวก็ได้ชี้แจงว่ายืมมาจากเพื่อนที่อยู่ประเทศสิงคโปร์ และได้คืนไปแล้ว จึงไม่ถือว่าทรัพย์สินที่ต้องยื่นแสดงต่อ ป.ป.ช. ดังนั้นการวินิจฉัยเรื่องการยืมทรัพย์สินจึงยึดแนวคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ชุดก่อน      ขณะที่ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีสำคัญที่อยู่ระหว่างการไต่สวนว่า สำหรับคดีที่อยู่ในการรับผิดชอบของสำนักการเมือง อยู่ระหว่างการไต่สวน 49 เรื่อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบเบื้องต้น 109 เรื่อง มีทั้งเรื่องเก่าและเรื่องใหม่สะสมมา โดยคดีทางการเมืองสำคัญนั้น กรอบระยะเวลาตามกฎหมาย ป.ป.ช.ใหม่ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องเร่งทำสำนวนกันหมด โดยเป็นเรื่องที่ประธานกรรมการ ป.ป.ช.เคยชี้แจงแล้วว่าคดีการเมืองก้าวหน้าไปเยอะ แม้ที่ผ่านมาไม่สามารถชี้มูลอะไรได้ เพราะอยู่ในช่วงเลือกตั้ง      เธอบอกว่า คดีที่ประชาชนสนใจ เช่น คดีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ล็อตสอง ดำเนินการไต่สวนอยู่ มีการกันบุคคลไว้เป็นพยานเรียบร้อยแล้ว และแจ้งข้อกล่าวหาไปหมดแล้ว ส่วนคดีระบายข้าวจีทูจี และคดีมันจีทูจียุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังรวบรวมพยานเอกสาร อย่างไรก็ดี 2 คดีนี้มีโมเดลเหมือนกับคดีข้าวจีทูจีและมันเส้นจีทูจีสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วนคดี นปช.ลั่นกลองรบ ถูกกล่าวหาปราศรัยแบ่งแยกประเทศนั้น แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว อยู่ระหว่างรอคำชี้แจง คดีจัดซื้อจัดจ้างโครงการขุดลอกคลอง 1,500 ล้านบาท อยู่ระหว่างเตรียมเอกสารแจ้งข้อกล่าวหา       น.ส.สุภากล่าวว่า ส่วนคดีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว อยู่ระหว่างการสรุปสำนวน คดีการปรับปรุงข้าวให้ประเทศอินโดนีเซีย (บูล็อค) สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว อยู่ระหว่างสรุปสำนวน คดีก่อสร้างฝายแม้ว มีทั้งหมด 4 สำนวน มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว เสร็จ 1 สำนวน เหลืออีก 3 สำนวนอยู่ระหว่างไต่สวนรอสรุป ส่วนคดีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่ง อยู่ระหว่างสรุปสำนวน และพิจารณาพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป คดีทุจริตโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองตลิ่งชัน อยู่ระหว่างสรุปสำนวน      น.ส.สุภากล่าวว่า ส่วนคดีสินบนข้ามชาติเรื่องเหมืองแร่ทองคำ มีการขอข้อมูลจากต่างประเทศไปแล้ว และแจ้งข้อกล่าวหาทางอาญากับผู้ถูกกล่าวหาแล้วด้วย ส่วนคดีสินบนข้ามชาติภาษีสุราดิอาร์จิโอ อยู่ระหว่างสรุปสำนวน ส่วนคดีพีทีที.จีอี. เครือ ปตท. ลงทุนปลูกปาล์มที่ประเทศอินโดนีเซีย ขณะนี้กำลังสรุปข้อมูลและรอเอกสารบางส่วนจากต่างประเทศ      “คดีที่เป็นที่สนใจของประชาชนทั้งหมดนั้น จะเห็นได้ว่าแจ้งข้อกล่าวหาเกือบหมดแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมสรุปสำนวน พยายามทำตามกฎหมายให้มากที่สุด ทุกคนทำกันเต็มมือเต็มที่”       น.ส.สุภากล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีคดีร่ำรวยผิดปกติที่ดำเนินการไปแล้ว เช่น นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ส่วนนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.พศ. กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ เนื่องจากคดีการทุจริตเงินบูรณปฏิสังขรณ์วัด (เงินทอนวัด) เป็นคดีใหญ่     นายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีการนำเข้ารถหรูหลบเลี่ยงภาษีว่า คดีนี้มีหลายสำนวน เสร็จแล้วบางส่วน มีการส่งเรื่องไปยังต้นสังกัดให้ไล่ผู้ถูกกล่าวหาออกแล้ว ส่วนคดีอาญาอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ สาเหตุที่เสร็จบางส่วน มีรถหรูจำนวนมาก ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐ เอกสารหลักฐานต่างๆ กำลังทยอยเข้ามา.

admin