Khaosod | อยู่ไม่ไหวแล้ว! พิษ อาหารกลางวัน รองผอ.ยื่นลาออก ครูร่ำไห้ขอย้ายตัวเอง 3 คน

Khaosod | อยู่ไม่ไหวแล้ว! พิษ อาหารกลางวัน รองผอ.ยื่นลาออก ครูร่ำไห้ขอย้ายตัวเอง 3 คน
Unti27tled-1

อยู่ไม่ไหวแล้ว! พิษ อาหารกลางวัน รองผอ.ยื่นลาออก ครูร่ำไห้ขอย้ายตัวเอง 3 คน เผยได้รับผลกระทบ รู้สึกกดดันต้องกลายเป็นจำเลยสังคม ไม่มีกำลังใจสอนเด็ก 

จากกรณีที่ น.ส.อ้อมอารีย์ อายุ 32 ปี หรือครูอ้อม ครูชั้นอนุบาล 1 และอนุบาล 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.สามง่าม ท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ถูกคนนำเลือดมาปาหน้าห้องเรียนที่สอน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา ก่อนเข้าแจ้งความ คาดสาเหตุมาจากเรื่องอาหารกลางวันที่เคยร้องเรียนไปว่าไม่ได้คุณภาพ บางมื้อเด็กกินมาม่าผัด ไร้หมูและไข่ ไม่มีขนมหรือผลไม้ ต่อมาผอ.สพป.ชัยนาท สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เรื่องอาหารกลางวัน ล่าสุดครูอ้อมถูกสั่งย้ายไปช่วยราชการชั่วคราว ที่ สพป. ชัยนาท ระหว่างการสอบสวนเรื่องท้วงติงเรื่องคุณภาพอาหารกลางวัน แต่ได้รับการย้ายกลับมา และย้ายผอ.รร.ไปช่วยราชการแทน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

อาหารกลางวัน / ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายครูที่จัดทำเอกสารเกี่ยวกับงบประมาณ และพัสดุอาหารกลางวัน โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท ถูกตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกิดความเครียด และยังถูกชาวบ้านกดดันทุกวัน ทำให้รู้สึกเสียใจ ไม่มีกำลังใจ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่มาคอยให้กำลังใจครูอ้อมทุกวัน แต่ไม่เคยมาถามความรู้สึกครูคนอื่นๆบ้าง จึงยื่นเอกสารขอย้ายตัวเองจากโรงเรียนแห่งนี้ 3 คน และมีครูที่เป็นรองผู้อำนวยการ ยื่นใบลาออกอีก 1 คน

จากการสอบถาม ครูจุ๋ม เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้ครูทำหนังสือขอย้ายจำนวน 3 คน และขอลาออก 1 คน ซึ่งเหลืออีก 1 ปี จะเกษียณ เพราะทุกคนรับไม่ไหว ใจก็ห่วงเด็กๆ แต่หากที่นี่เขาไม่ต้องการ ก็ยินดีไป ยืนยันว่าเอกสารต่างๆ ทำอย่างถูกต้องเป็นปัจจุบันทั้งหมด เรื่องที่จะมีผิดพลาดบ้างอาจจะมี เพราะจบครูมาไม่ได้เรียนกฎหมาย หรือหลักการทำแบบนี้ ทำตามที่ได้รับอบรมมาจะมีตกหล่นบ้าง ก็ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ต้องรอผล ยืนยันว่าไม่มีส่วนได้เสียแต่อย่างใด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

“ดิฉันได้รับผลกระทบมาก มาโรงเรียนทุกวันจะต้องมาเจอกับผู้คนที่เขาจับกลุ่มกันตะโกนบ้าง ด่าทอบ้าง เจออย่างนี้ทุกวัน รู้สึกเสียใจ เพราะตอนนี้เราตกเป็นจำเลยสังคมไปแล้ว ทุกคนก็คิดกันไปต่างๆนานา ส่วนเรื่องของเอกสารปล่อยให้เป็นไปตามหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ลงมาตรวจสอบ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกเสียใจ ไม่มีครูคนไหนไม่รักเด็ก เราทำตามหน้าที่ภาระงานของเรา ไม่มีเจตนาอะไรเลย ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้” ครูจุ๋ม กล่าว

ด้าน ครูเง กล่าวว่า ตนทำเรื่องพัสดุแต่มีน้องอีกคนช่วยทำเอกสาร ครูมีกันอยู่เท่านี้ มีอะไรก็ช่วยกันทำเท่าที่พอจะทำกันได้ ผอ.เขามอบหมายมาแล้วเข้ารับการอบรม ศึกษาจากคู่มือบ้าง การทำงานเรื่องพัสดุต้องมีเอกสารประกอบกันหลายอย่าง แต่ด้วยภาระหน้าที่เรา ก็ต้องทำแม้ไม่ถนัดก็ตาม เมื่อทำแล้วมันเป็นแบบนี้ ถามว่าการตรวจสอบเอกสารเราก็ทำไปตามขั้นตอน เราต้องการความเป็นธรรมบ้าง แต่กลับมีชาวบ้านมาอย่างนี้ คอยรอผลว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“ข่าวลงตลอดว่าโรงเรียนวัดวงเดือน ซึ่งเราอยู่ในองค์กร มันคือองค์กรของเรา ถามว่าเรารักไหมสถานที่ทำงานของเรา เราก็รัก ไม่คิดว่าเรื่องจะไปเยอะแยะขนาดนี้ เพราะเราก็ไม่เคยพูด ณ เวลานี้มันไม่ไหวแล้ว เราต้องออกมาพูดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดชัยนาท และประชาชน เข้ามาตรวจสอบหมด ตอนนี้เรารอการตรวจสอบ ก็ทำอะไรไม่ได้ กระแสสังคมชาวบ้านที่เห็นเรามันคนนอกพื้นที่ เรามาทำงานทุกวัน แต่ละคนมาถามว่ามีใคร เห็นใครวิ่งมาหาคุณครูบ้าง มีแต่มาหาครูอ้อม เหมือนมีแต่ฝ่ายเขา แล้วเราล่ะ ถามว่าโดนตรวจสอบไหม โดนตรวจสอบทุกคนนะค่ะ ไม่ใช่แค่ครูอ้อม ทุกคนต้องโดนตรวจสอบหมด ทุกคนอยู่ในภาวะกดดันหมด ไม่มีกะจิตกะใจ ไม่มีแรงบันดาลใจอะไรที่จะสอนเด็ก มันรู้สึกแย่” ครูเง กล่าว

ครูเง กล่าวต่อว่า เราสอบมาเป็นครู ก็อยากมาพัฒนาเด็ก ส่วนตัวมีความรู้ความสามารถอะไร เด็กแข่งอะไรเราทำหมดไปได้ระดับภาค ระดับประเทศ ก็ไปมาแล้ว เราก็ทำให้ทุกคนเห็น แต่ทำไมไม่เข้าใจเราบ้าง เขาทำอย่างที่เห็น ไม่มีใครมาให้กำลังใจเราเลย เรารู้สึกแย่

“เมื่อวานเตรียมเอกสารใบขอย้ายตั้งแต่ตอนบ่าย เพื่อนำไปส่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดชัยนาท แต่มีคนแจ้งว่ามีม็อบที่สำนักงานเขตฯ เขาบอกอย่าพึ่งมาเดี๋ยวอันตราย ถ้ามาต้องเอาตำรวจมาด้วยนะ จึงต้องรอจนถึงดึก รอที่จะส่งหนังสือ เพราะอยู่ไม่ไหวแล้ว ไม่มีกำลังใจในการทำงานแล้ว สำหรับครูอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มันไม่ไหวค่ะ ตอนนี้หนังสือยังรออนุมัติ ผอ.ท่านก็ห่วงเด็ก วันนี้ที่เราออกมาพูดแบบนี้ ปกติไม่เคยพูด ไม่รู้กระแสผู้ปกครองที่มีด้านลบกับเรา จะย้อนกลับมาอย่างไรกับเรา อันนี้กลัวมาก” ครูเง กล่าว

admin