คมชัดลึกออนไลน์ | 'ยุ้ย-ปัทมวรรณ' ยังมีความหวัง รอปาฏิหาริย์จาก "แม่ทุม"

คมชัดลึกออนไลน์ | 'ยุ้ย-ปัทมวรรณ' ยังมีความหวัง รอปาฏิหาริย์จาก "แม่ทุม"

ทีมบันเทิง คมชัดลึก-เชื่อว่าหลายคนยังลุ้นปาฏิหาริย์ให้ "แม่ทุม" ปทุมวดี กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม เช่นเดียวกับ"ยุ้ย" ปัทมวรรณ ลูกสาว ที่มาร่วมงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต KITA ที่เซ็นทรัล พระราม 9 เผยยังมีความหวังให้"แม่ทุม" ดีขึ้น

อาการ แม่ทุม ตอนนี้ยังไงบ้าง
"จริงๆ ก็เรียกว่าทรงๆ แต่ว่าทรงๆ ตอนนี้กับเมื่อก่อนก็แตกต่างนิดหนึ่ง คือตอนนี้มันทรงๆ แต่บวกระยะเวลาของโรคที่มันก้าวผ่านมาจนถึงเกินระยะสุดท้ายแล้ว จากวันแรกที่รู้ว่า คุณแม่ เป็นอะไร แล้วคุณหมอได้ทำความเข้าใจกับเรา และบอกระยะเวลาปกติโรคนี้จะมีระยะเวลาเท่าไหร่ แต่ตอนนี้มันเกินมาแล้ว หนึ่งก็คือดีใจว่าคุณแม่สู้จนเกินช่วงเวลานั้น แต่สองก็คือมันต้องคอยระวังทุกวินาทีจากนี้ไปเพราะว่าไม่รู้มันจะเกิดอะไรขึ้น"
คุณแม่ ยังตอบสนองหรือเปล่า
"ท่านแค่มอง อาการที่แม่เป็นก็คือกล้ามเนื้ออ่อนแรงค่อยๆ หมดแรงทีละส่วน ขยับตัวไม่ได้มานานแล้ว กลืนน้ำลายไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็ได้แค่ใช้สายตามองเราก็ยิ้มบ้าง"
ต้องมีคนอยู่กับ คุณแม่ ตลอดไหม
"มีแต่ไม่ถึง 24 ชั่วโมง คุณแม่ จะอยู่ในกึ่งไอซียู จะมีพี่ที่ดูแลตลอด แล้วพวกเราก็สลับกัน"
ยังกายภาพอยู่เรื่อยๆ ด้วย
"ก็มีคุณหมอดูแล พี่ที่ดูแลอยู่ก็ช่วยด้วยเหมือนกัน พยาบาลด้วยอะไรอย่างนี้ค่ะ"
ความรู้สึก คุณพ่อ ณ วันนี้
"คือ ยุ้ย เชื่อว่า ณ วันนี้ จริงๆ ข้างใน พ่อ อาจจะไม่โอเคแหละ แต่ ยุ้ย ว่าพ่อน่าจะเข้มแข็งขึ้นมากกว่าวันที่รู้แรกๆ ว่า คุณแม่ เป็นอะไรอยู่ได้ระยะเวลาแค่ไหน แล้วต้องขอบคุณ คุณหมอ ที่อธิบายให้เราเข้าใจถึงโรคที่ คุณแม่ เป็น โอเคในความโชคร้ายของเรามันก็ยังมีสิ่งที่ดี คืออย่างน้อยเราก็ได้มีโอกาสทำความเข้าใจกับโรคที่ คุณแม่ เป็นมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว จนตอนนี้เราเข้าใจแหละโอเคไม่ว่าเราจะอยากให้เกิดปาฏิหาริย์อะไรก็ตาม แต่ทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงก็ดูแลกันไป คุณหมอก็ช่วยดูแลรักษาไปตามอาการ"

ในแง่ของข่าวลือว่าก่อนหน้านี้ คุณแม่ เสียชีวิต กระทบจิตใจมากแค่ไหน
"จริงๆ ข่าวลือว่า คุณแม่ เสียแล้วเนี้ยไม่กระทบอะไร เพราะเรารู้อยู่แล้วว่า คุณแม่ ยังโอเคอยู่ เพราะเราไปหา คุณแม่ มันก็เป็นข่าวข่าวหนึ่งที่ปัจจุบันมีข่าวแบบนี้เกิดขึ้นกับทุกคนได้หมดเลย เอาแค่เรารู้ว่าจริงๆ แล้วเป็นยังไง ถามว่าคุยกับ คุณพ่อ ไหมก็ไม่ได้คุยเรื่องความเศร้าของพ่อโดยเจาะลึก เพราะเราไม่ได้ชอบไปจี้เหมือนแบบวันแรกที่รู้ว่า คุณแม่ เป็นอะไรเราก็ไม่จี้เลย ชวน คุณพ่อ ไปทานข้าว ไปทำอย่างอื่นให้มีความสุข ณ วันนี้ก็เหมือนกันเรารู้ว่าข้างใน คุณพ่อ ไม่โอเค แต่ คุณพ่อ ยังมีข้างในที่มีความสุขได้ จะเป็นเวลาออกไปทำงาน คุณพ่อ ก็มีความสุข เล่นกับสุนัขก็มีความสุข เพราะฉะนั้นตอนนี้มันคือเราควรจะสร้างความสุขให้ คุณพ่อ มากกว่า โชคดีที่มีลูกสาวมาช่วยให้คุณตาไม่นั่งเหม่อ เพราะปกติ คุณตา กลับมาบ้านบางทีจะกลับมานั่งเหม่อบ้าง แต่ว่าถ้าเกิดหลานอยู่จะไม่มีเวลาเหม่อ เป็นบ่อยไหม ก็มีเรื่อยๆ ก็จะชอบนั่งเก้าอี้ตัวเดิมของเขาไปเรื่อย"
ตอนนี้ตัวเรา กับ คุณพ่อ ยังสลับไปดู คุณแม่
"ใช่ค่ะ สลับกันไป"
คุณพ่อ ก่อนหน้านี้ก็สุขภาพไม่ค่อยดี
"คุณพ่อ เคยสุขภาพไม่ดีมากอยู่ช่วงหนึ่ง ณ วันนั้น คุณพ่อ ก็รู้แล้วแหละมันเป็นยังไง ตอนนี้ คุณพ่อ น่ารักมากฟังทุกอย่างดูแลตัวเองตรวจสุขภาพตลอด คือช่วงก่อนช่วงแรกทะเลาะกันประจำ พ่อกินอันนี้ไม่ได้นะ พ่อก็จะกินอย่างนี้ จะกินปลาช่อนทอด ก็บอกว่า พ่อ กินไม่ได้นะ ท่านก็บอกว่าไม่กินแล้ว ก็จะเป็นแบบนี้ ณ วันที่ คุณพ่อ เป็นหนัก คุณพ่อ ก็จะรู้กินอะไรไม่ได้ พ่อเป็นอะไรไม่ได้ เขาจะรักตัวเองขึ้นมา ตอนนี้เขารักตัวเองมาก ดูแลตัวเองหนักมาก ซึ่งเราก็รู้สึกดีใจ"
เหมือน พ่อรอง จะชอบพูดติดปากว่า แม่ทุม เป็นหัวใจ แม่ทุม ไม่อยู่ก็ไม่รู้จะอยู่ทำไม
"ก็ถึงพยายามทำให้ คุณพ่อ มีความสุข ไม่ได้จี้อะไรในเรื่องความเศร้า คือพยายามทำให้ คุณพ่อ ยิ้ม เพราะเราถือว่า ณ วันนี้ในบ้านของเรา เราน่าจะเข้มแข็งสุด เราก็รู้สึกว่าเรามาทำให้ทุกคนมีความสุขดีกว่า สร้างรอยยิ้มดีกว่าเพราะว่าเรารู้ว่าข้างในทุกคนแย่มากแล้ว แต่เราก็มีมุมที่เราเศร้าคนเดียวก็อยู่ในห้อง"

เราต้องแบกความรู้สึกไว้
"ก็มีเหมือนกัน ร้องไห้บ้างในห้องแต่ว่าไม่บ่อย ก็มีโด่งคนเดียวที่เห็น นอกนั้นก็ไม่ค่อย ยุ้ย ไม่ค่อยร้องไห้ให้ใครเห็นนอกจาก โด่ง เหมือนขนาดเวลาไปเยี่ยม คุณแม่ จะบอกทุกคนเลยว่าอย่าร้องนำ เพราะเราจะต้องพยายามตั้งสติทุกอย่าง เราไม่อยากให้ คุณแม่ เห็นใครร้องไห้ แต่ล่าสุดพาลูกไปวันแม่ ลูกไปกราบ คุณยาย ไม่เงยหน้าขึ้นมาซะที ร้องไห้ก็เลยบอกว่าอย่านำแม่ดิ"
หลายคนยกย่องความรัก พ่อรอง ที่มีต่อ แม่ทุม
"ยุ้ยว่า คุณพ่อ กับ คุณแม่ รักกันเพราะว่าท่านผ่านอะไรกันมาเยอะมาก คือมันไม่ใช่มีแบบโรยกลีบกุหลาบนะ มันก็มีเรื่องที่แบบว่าหนักหนาสาหัสสำหรับชีวิตคู่เหมือนกัน แต่แบบ ณ วันนี้ คุณพ่อ กับ คุณแม่ ก็ยังไม่ปล่อยมือกัน คือมันก็เป็นอะไรที่สอนเราด้วยเหมือนกันว่าถ้าเราเลือกแล้ว เราสู้ด้วยกันมาไม่ว่าจะผ่านร้อนผ่านหนาวมาเท่าไหร่ แต่แบบวันหนึ่งถ้ามันแบบแย่มากๆ เราจะไม่ปล่อยมือกัน เราต้องอดทน ซึ่ง คุณพ่อ กับ คุณแม่ ทำให้รู้สึกว่าเห็นความอดทนในชีวิตคู่ เห็นความพยายามเข้าอกเข้าใจกัน แล้วก็ไม่ทิ้งกัน คุณพ่อ เมื่อก่อนอาจจะมีนอกลู่นอกทางบ้างสมัยหนุ่มๆ อาจจะไม่ได้เต็มร้อย ไม่ว่าใครในโลกนี้มีจุดบกพร่อง แต่วันที่คุณเลือกคู่ชีวิตแล้วคุณพร้อมที่จะจับมือเขาไปตลอดชีวิตหรือเปล่า ซึ่งอันนี้ คุณพ่อ สอน ยุ้ย ได้เยอะมาก"
พร้อมที่จะรับกับสิ่งที่จะเกิดแล้วหรือยัง
"ก็ทำความเข้าใจกับโรคนี้มานานมากแล้ว แต่ก็คืออย่างที่บอกว่าวันนี้เราไปหา คุณแม่ ก็ยังดูหน้าตาสดใสดี เราก็ยังไม่ได้คิดถึงวันนั้นไง คือตอนนี้เราพูดได้เพราะยังไม่ถึงวันนั้น แต่เมื่อถึงวันนั้นไม่มีใครรับได้หรอก"

ค่าใช้จ่ายในการรักษาเท่าเดิมไหม
"ค่าใช้จ่ายตอนนี้มันก็ประมาณเดิม อย่างที่บอกรักษาตามอาการไม่ต้องมีอะไรที่ต้องรักษาเพิ่มแล้ว มันรักษาไม่ได้ก็จะไม่มีอะไรมาก"
บอกได้ไหมว่าเดือนหนึ่งต้องใช้ประมาณกี่หลัก
"ตอนนี้ไม่ค่อยเท่าไหร่แล้วค่ะ ที่มันเยอะมันผ่านมาแล้ว มันผ่านจุดพีคมาแล้ว แต่ ยุ้ย ก็ไม่เคยคิดนะคะว่าที่ผ่านมามันเท่าไหร่ ไม่เคยคิดเลย ไม่เคยบวก เพราะเท่าไหร่มันก็ต้องเท่านั้น โชคดีว่าครอบครัวเราเหมือนซัพพอร์ตกันทุกคน ครอบครัวเราขาดคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ทุกคนซัพพอร์ตกันกำลังเงิน กำลังแรง กำลังใจ ทุกสิ่งทุกอย่างตรงนี้เรารู้สึกโชคดีที่เกิดมาในครอบครัวที่เป็นแบบนี้"
ทุกวันนี้ครอบครัวอยู่ด้วยความหวัง หรือทำใจวันต่อวัน
"ทุกคนต้องมีความหวังอยู่แล้ว อย่างที่เมื่อกี้พูดไปว่าทุกคนหวัง เราก็ยังหวังที่จะมีปาฏิหาริย์ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่พื้นฐานความจริง ไม่ใช่ว่าจะอธิษฐานขอให้เกิดปาฏิหาริย์ทุกวันอะไรอย่างนี้ สำหรับ ยุ้ย พยายามทำความเข้าใจโรคนี้มานานแล้วเอาจริงเป็นหลัก ยุ้ย พยายามทำทุกวันให้ดีที่สุด ถ้าเราได้อยู่กับ คุณแม่ แต่อะไรจะเกิดเราก็ไม่รู้ในอนาคต"

admin