The MATTER | เติบโตจึงได้รู้ความจริงว่าทำไมจัดการชีวิตมันยากจัง จะรับมือยังไงให้กายและใจเฮลตี้ดี?

The MATTER | เติบโตจึงได้รู้ความจริงว่าทำไมจัดการชีวิตมันยากจัง จะรับมือยังไงให้กายและใจเฮลตี้ดี?

*หลายคนน่าจะเคยได้ยินประโยคคลาสสิคที่ว่า ‘อยากกลับไปเป็นเด็ก เจ็บสุดก็แค่หกล้ม’ กันมาบ้าง *

ที่พูดมาแบบนี้ไม่ใช่อะไรหรอก ก็เพราะเติบโตจึงได้รู้ความจริงว่า รายละเอียดของชีวิตมันเพิ่มขึ้นแบบแปรผันตรงตามอายุ แถมบางทีก็มีเรื่องบู้มมมเข้ามาจนเราตั้งตัวไม่ทัน ซึ่งก็เข้าใจได้อีกว่าพอเรื่องยากๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตนั้น ต่อให้เก่งมาจากไหน ก็อาจจะแพ้ทาง เพราะว่าบางครั้งเราก็ไม่ได้เตรียมตัวจะรับมือเหตุการณ์นั้นๆ ไว้เลย

ไม่ใช่แค่นั้น วัยผู้ใหญ่ยังเผยให้เราเห็นอีกว่า คนเราล้วนมีเรื่องรบกวนจิตใจหรือความท้าทายของชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะสนิทใกล้ชิดกันแค่ไหนก็เอามาเทียบกันไม่ได้ แถมเวลาเอาไปปรึกษาใครก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะเข้าใจเราจริงๆ หรือเปล่า แต่เรื่องที่ยังไงก็ไม่เข้าใครออกใครของการเติบโตขึ้นทุกวันคือความรับผิดชอบที่มีมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นปัจจัยสองอย่างหลักๆ อย่างการจัดการเรื่องการงานและการเงิน

อ่านมาถึงตรงนี้ก็อย่าเพิ่งถอนหายใจกันไป ใครๆ ก็บ่นว่าชีวิตมันยากก็จริงแหละ แต่เอาเข้าจริงแล้ว ต่อให้ยากแค่ไหน ถ้าเราอดทนในวันที่ฝนพรำสักนิด เราก็ผ่านพายุนั้นมาได้ทุกครั้งพร้อมภูมิต้านทานและความแข็งแรงทั้งชีวิตและจิตใจที่ดีขึ้น

ใช่ไหมล่ะ?

*ทำงานมีเงินเดือนประจำก็ใช่ว่าจะมั่นคง *

ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง ไล่อ่านในฟีดออนไลน์ก็เต็มไปด้วยคอนเทนต์ที่คอยแต่บอกเราถึงจำนวนคนตกงานบ้าง หรือบัณฑิตจบใหม่แต่ละสาขาเงินเดือนมันน้อยนิดแค่ไหน หรือพูดให้เวอร์กว่านั้นก็คือความล้ำของเทคโนโลยีมันเริ่มขยับเข้ามาแทนที่แรงงานสมองและสองมือของมนุษย์ จนหลายคนหวั่นใจว่าในอนาคตอาจจะถูกขอให้ออกแม้จะไม่สมัครใจก็ตาม

เพราะคำว่าความมั่นคงที่แหละที่ทำให้เรายิ่งต้องวางแผนชีวิตวัยทำงานให้รอบคอบกว่าเดิม และหลายครั้งบางคนก็เลือกทำงานให้หนักกว่าเดิมจนลืมดูแลตัวเอง แล้วต่อให้องค์กรที่สังกัดอยู่จะมีสวัสดิการด้านสุขภาพให้ เช่น ประกันกลุ่ม หรือประกันสังคมตามกฎหมายแรงงาน แต่บางทีก็เป็นสวัสดิการที่มาในวงเงินและจำนวนครั้งอันจำกัด และมักไม่พอต่อค่ารักษาพยาบาลในอาการที่ร้ายแรงหรือกะทันหันจนตั้งตัวไม่ทัน โดยเฉพาะโรคคนทำงานอย่างโรคทางสมอง ระบบประสาท หัวใจ หรือสุขภาพในช่องปากที่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เมื่อปวดจี๊ดขึ้นมา ยิ่งสมัยนี้คนทำงานอย่างเราๆ เริ่มหันไปหาแพทย์ทางเลือกมากขึ้น อะไรแบบนี้บางทีสวัสดิการของบริษัทก็ได้ครอบคลุมไว้

*อยากให้วันหนึ่งมี 48 ชั่วโมง *

เอาจริงๆ 48 ชั่วโมงต่อวันก็ไม่รู้จะพอให้เหล่าคนรักงานทำงานทั้งหมดที่มีให้เสร็จได้หรือเปล่า โดยเฉพาะเจ้าของกิจการหรือสตาร์ทอัพที่กำลังปลุกปั้นธุรกิจที่สร้างขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรง ปล่อยเวลาให้เสียไปหนึ่งนาทีอาจเท่ากับเงินที่เสียหายไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้ และเพราะว่ามันเป็นกิจการที่เราสร้างมากับมือนี่แหละ ที่เป็นเหตุให้เราไม่ยอมปล่อยมือจากมันแม้จะง่วงแสนง่วง ล้าแสนล้า หรือว่าต้องถ่างตาประคบประหงมมันแค่ไหน

แต่ก็อย่างที่เขาว่ากัน บางทีเราก็มัวแต่ทำงานหนักจนลืมดูแลตัวเอง รู้ตัวอีกทีก็คือป่วยหนักหรือเกิดเหตุไม่คาดฝันจนต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ต่อให้เป็นอาการที่ดูจิ๊บๆ อย่างไข้หวัดใหญ่ หรืออาการใหญ่ๆ อย่างมะเร็ง หลอดเลือดหัวใจ หรืออาการทางสมอง ต้องผ่าตัด หรือมีเหตุให้ต้องเข้าห้อง ICU ทีนี้เอง เงินที่ขยันสะสมมาทั้งชีวิตก็อาจจะหายวั๊บไปกับตา ก็โรคพวกนี้น่ะ ค่ารักษายังไงก็มากกว่า 100,000 บาทขึ้นไปอยู่แล้ว

กันไว้จึงดีกว่าแก้ตอนที่อาจจะไม่พร้อม เพราะนอกจากควรมั่นตรวจสุขภาพประจำปีแล้ว ก็มีรายละเอียดในชีวิตประจำวันนี่แหละที่ควรดูแลไปพร้อมๆ กับการงานอันเป็นที่รักของเรา ไม่งั้นหนักทีจะแย่เอา แล้วนอนโรงพยาบาลนานๆ ยังต้องมาห่วงว่าธุรกิจแสนรักจะเป็นยังไงอีก ก็ยิ่งพะวงจนเพิ่มความเครียดเข้าไปใหญ่

เป็นข้าราชการสิ ใช้สิทธิรักษาพยาบาลได้สบาย

ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนๆ ผู้ใหญ่ก็ชอบบอกลูกหลานว่า เรียนจบก็ไปสอบข้าราชการเถิดนะ นอกจากจะมั่นคงแล้วยังมีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งตัวเองและพ่อแม่ด้วย แต่เมื่อพกความสบายใจทั้งต่อหน้าที่การงานและการไม่ต้องกังวลว่าเจ็บป่วยไปแล้วจะไม่มีเงินรักษานี้ไปโรงพยาบาลทั่วไปก็จะพบว่า ต่อให้มีสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ แต่เราก็ยังต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อไปรอชิงคิวพบแพทย์ตั้งแต่ตีห้า แล้วต่อให้ไปถึงโรงพยาบาลตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เราก็พบว่า โรงพยาบาลรัฐนั้นเต็มไปด้วย Early birds ที่ตื่นเช้ากว่าเราเยอะเลย!

แล้วก็อย่างที่รู้กัน ความเจ็บป่วยมักเป็นเรื่องที่ต้องทนรอนานขนาดนั้นไม่ค่อยจะได้ หากจะต้องเสียหนึ่งวันเต็มๆ ไปกับการรอคิวเพื่อจะได้รับการตรวจและสั่งจ่ายยา นอกจากทรมานกับอาการของโรคแล้วยังมีเรื่องของการเสียเวลาและวันลาที่อยากสะสมมันไว้พักผ่อนยาวๆ กับคนที่เรารักมากกว่ามานั่งเฉาอยู่โรงพยาบาล หรือบางทีก็เสียงานที่นายเร่งแล้วเร่งอีก แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะถ้าไม่ป่วยจริงก็ไม่มานั่งรอคิวเช้ายันเย็นขนาดนี้หรอก

แต่ชีวิตมีทางเลือกที่ดีกว่าที่จะทำให้เราหมดห่วงเรื่องค่ารักษาพยาบาลและเปิดโอกาสให้คนทำงานราชการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชน ที่ทั้งสะดวก รวดเร็ว แบบเช็คอินกับเจ้าหน้าที่ปั๊บ อีกสักพักแพทย์ก็เรียกเราไปตรวจวินิจฉัย ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายหรืออุบัติเหตุ แถมยังไม่ต้องกังวลอีกว่าด้วยเงินเดือนข้าราชการที่อาจไม่สูงนักจะทำให้เราเข้าไม่ถึงบริการดีๆ เหล่านี้

*อยู่ที่ไหนก็ป่วยได้ เพราะ ‘โรค’ ภัยไข้เจ็บมีอยู่ทั่ว ‘โลก’ *

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาพคล่องทางการเงินที่มากกว่าจะทำให้เราเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ดีกว่า รวดเร็วกว่า สะดวกสบาย รวมถึงบรรยากาศของสถานบริการก็ให้บรรยากาศที่ดีต่อใจมากกว่า แต่เพราะว่าสุขภาพเป็นของมีค่า และต่อให้มีเงินมากมายแค่ไหนบางทีก็ซื้อสุขภาพที่ดีและทั่วถึงไม่ได้ตลอดเวลา

ยิ่งเป็นมนุษย์ที่ต้องเดินทางบ่อย เจ็ตแล็คคือเพื่อนคู่ใจ บินไปเจรจาธุรกิจต่างประเทศแทบทุกอาทิตย์ หรือไปเรียนต่อต่างประเทศ ที่ทั้งอากาศ อาหาร และความเป็นอยู่ที่อาจจะแตกต่างจากความคุ้นชินของสภาพร่างกายของคนไทยที่เกิดมาในดินแดนเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร คนที่ปรับตัวง่ายก็อาจจะสบายหน่อย แต่เอาเข้าจริงต่อให้แข็งแรงแค่ไหน แต่เจออะไรที่ต่างจากถิ่นฐานเข้าไปก็อาจจะปรับตัวไม่ทันจนล้มป่วยได้ นอกจากนั้น ภูมิประเทศที่แตกต่างกันก็มีผลต่อการแพร่ระบาดของไวรัส เชื้อโรค หรือมีผลต่อการทำงานของสมอง ฮอร์โมน และร่างกาย จนเราต้านทานได้ยาก

ไกลบ้านก็เหี่ยวเฉาพอแล้ว ถ้าป่วยตอนไม่ได้อยู่ในประเทศก็อาจจะยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่ ทางที่ดีหาความคุ้มครองทางสุขภาพที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งและช่วยให้เราอุ่นใจไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกจะดีกว่า เพื่อความคล่องตัวและมั่นใจในทุกก้าวย่างและทุกนาทีของชีวิตในโลกกว้างที่รอให้เราไปค้นหานี้

*เมื่อลูกเจ็บ พ่อแม่อาจเจ็บกว่า *

ขึ้นต้นมาอย่างนี้ไม่ได้เกินความจริงใดๆ เลย หัวอกคนเป็นพ่อแม่จะยิ่งเข้าใจ ต่อให้ลูกของเราโตแค่ไหน พวกเขาก็ยังเป็นเด็กน้อยในสายตาที่พ่อแม่อยากปกป้องให้ได้มากที่สุดในทุกเวลาอยู่ดี

ตั้งแต่เด็กน้อยไปจนเป็นวัยรุ่น ม.ต้น ที่ร่างกายกำลังอยู่ในช่วงที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องและเกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลายอย่าง รวมถึงในวัยอยากรู้อยากเห็นและสนุกกับการออกไปเจอโลกกว้างเพื่อการเรียนรู้ที่ยังไงพ่อแม่ก็สนับสนุนเต็มที่เพื่อพัฒนาการของลูกรัก แต่ก็อย่างที่รู้ๆ กัน ยิ่งรักก็ยิ่งห่วง และพ่อแม่ก็ปกป้องเราไม่ได้ทุกอย่างโดยเฉพาะกับเชื้อโรค รวมถึงปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อย่างสภาพอากาศ สิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ ที่แม้จะมองไม่เห็นแต่ก็อยู่รอบตัวจนพาให้คุณพ่อคุณแม่นอยด์เข้าไปใหญ่ ยิ่งถ้าเจ็บป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยแล้วนี่แหละ ที่ยิ่งทำให้ต้องมานั่งกังวลกับโรคภัยที่อาจเคลื่อนไหวอยู่ทั่วจนอาจจะได้รับเชื้อโรคใดๆ เพิ่มเข้ามาอีก

แต่จะปิดกั้นจินตนาการและการเรียนรู้ของลูกในโลกทั้งในบ้านและนอกบ้านก็ดูจะไข่ในหินจนเกินไป การเตรียมความพร้อมเพื่อลูกรักจึงไม่ใช่แค่ในเรื่องการเลี้ยงดูและการเรียนรู้ แต่คือการลงทุนกับหลักประกันในสุขภาพของพวกเขาทั้งความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นแบบปุ๊บปั๊บกะทันหัน และอาการไม่คาดฝันที่ทำให้ป่วยหนักจนต้องนอนโรงพยาบาล

*ไม่ใช่แค่การจ่ายเงินเพื่อซื้อความสบายใจ แต่คือการลงทุนในทางเลือกที่ดี สู่ชีวิตที่ดีกว่า *

หลายคนน่าจะมีอาการคล้ายๆ กันเวลาเดินห้างหรือโฉบผ่านบูธขายประกัน นั่นคือหลบไว้ก่อน ทำตัวยุ่งเข้าไว้ หรืออยู่ดีๆ โทรศัพท์ก็มีสายเข้าขึ้นมาแบบไม่ได้ตั้งใจเลยจริงๆ นะ หนักหน่อยก็บอกไปเลยว่าไม่สน ไม่จำเป็นต้องใช้ ฉันแข็งแรงดีอยู่แล้วโว้ย

แต่เชื่อเถอะว่าแผนประกันสุขภาพ เฟลคซี่ เฮลท์ (Flexi Health) กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิตฯ  ทั้ง 5 แพ็คเกจ ที่เหมาะกับสุขภาพของกลุ่มคนที่มีไลฟ์สไตล์ชีวิต การทำงาน และความสามารถในการใช้จ่ายที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น มนุษย์เงินเดือน/คนทำงานประจำ คนบ้างานจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ คนชอบท่องโลกกว้าง หรือลูกรักที่เราใส่ใจนั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างความสบายใจแล้วเราก็ใช้ชีวิตสมบุกสมบันกันต่อไป แต่มันคือประกันสุขภาพที่เป็นทางเลือกสำหรับการลงทุนสู่ชีวิตที่ดีกว่าและอุ่นใจกว่า ทั้งเพื่อเราและคนที่เรารัก และเชื่อเถอะว่า แผนประกันสุขภาพ เฟลคซี่ เฮลท์ โดย กรุงไทย-แอกซ่า นี้ อยากมอบความมั่นใจให้ชีวิตอันมีค่าของทุกคนจริงๆ จากใจ : )

และนอกจากแพ็คเกจที่วางแผนมาเพื่อคนแต่ละกลุ่มโดยเฉพาะแล้ว แผนประกันสุขภาพเฟลคซี่ เฮลท์ ยังมีแพ็คเกจสุขภาพแบบสำเร็จรูปที่ให้เราเลือกได้เลยแบบไม่ต้องยุ่งยากตามวงเงินและความต้องการคุ้มครอง ทั้งโปรแกรมสุขภาพผู้ป่วยในแบบพื้นฐาน หรือจะเลือกแบบเติมเต็มความต้องการดูแลโรคเฉพาะทาง รวมถึงความคุ้มครองในกรณีเป็นผู้ป่วยนอก และการดูแลด้านทันตกรรมต่างๆ อีกด้วย

เพราะการเตรียมตัวด้วยทางเลือกที่ดีจากแผนประกันสุขภาพ เฟลคซี่ เฮลท์ โดยกรุงไทย-แอกซ่า จะทำให้คุณพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ของชีวิตได้ดีกว่าอย่างแน่นอน

รายละเอียดเพิ่มเติม Flexi Health คลิก  ktaxa.live/FlexiHealth-TheMatter

*Content by Nalinee Maleeyakul *

Illustration by Sutanya Phattanasitubon

admin