คมชัดลึกออนไลน์ | แอ๊ด คาราบาว โพสต์ เสี่ยหนู ถูกวางยาประกาศสธ.

คมชัดลึกออนไลน์ | แอ๊ด คาราบาว โพสต์ เสี่ยหนู ถูกวางยาประกาศสธ.

"แอ๊ด คาราบาว" โพสต์เฟสบุ๊ก กังวล ประกาศ สธ. ปลดล็อกกัญชง-กัญชา ส่อล็อกสเป็กเอื้อบริษัทนายทุน ระบุ อนุทิน ถูกวางยาจากขรก.เซ็นลงนาม ระบุกำลังหาทางแก้ไข คาดสัปดาห์หน้าจะหาทางยกร่างกฎหมายฉบับใหม่

"แอ๊ด คาราบาว" โพสต์เฟสบุ๊กโดยระบุว่า พี่น้องผู้สนับสนุน การใช้กัญชาเป็นยารักษาโรคโปรดฟังทางนี้หน่อยนะครับ

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2562 ที่ผ่านมามีประกาศของกระทรวงสาธารณสุขในราชกิจจาฯ ยกเลิกกัญชาจากชื่อยาเสพติด แต่พออ่านเนื้อในปรากฏว่า ประกาศฉบับนี้กลายเป็นเรื่อง "ล๊อคเสป๊ก" ให้บริษัทที่ประกอบการด้าน กัญชง กัญชาได้ประโยชน์อย่างเต็มๆ ตามข่าวที่ออกมาครับ จึงทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน และภาคประชาสังคมหนุนกัญชาเป็นยารักษาโรคต่าง งวยงง และวิตกกังวลไปต่างๆนาๆ รวมทั้งตัวผมด้วย จึงได้สอบถามไปยังแหล่งข่าวของท่านรัฐมนตรี ผลปรากฏออกมาว่า "ประกาศฉบับนี้ส่งตรงมาจากกรรมการวัตถุอันตราย ชงเรื่องมาโดยอ้างว่า "เป็นเรื่องทางเทคนิค" ท่านรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีระกุล ท่านก็หวังดีจึงต้องเซ็นอย่างเสียไม่ได้ แต่แล้วกลับกลายเป็นว่า "โดนวางยา เจาะยาง" จากกลุ่มข้าราชการพุงกางเข้าให้เต็มๆ ประกาศนี้คุณอนุทินกำลังวิตกมากและกำลังหาทางแก้ไขอยู่ครับ คาดว่าในสัปดาห์หน้านี้จะหาทางยกร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาใหม่ โดยจะรับฟังประเด็นข้อโต้แย้งจากภาคประชาสังคมที่ปราถนาดีต่อชาติบ้านเมืองโดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงเกี่ยวข้อง ที่ได้รวบรวมประเด็นต่างมาให้เป็นส่วนสำคัญของการพิจรณายกร่างด้วยครับ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 ส.ค.62 เว็ปไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยให้ยกเลิกกัญชาออกจากชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 5

ประกาศดังกล่าว ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข โดยมีเนื้อหาดังนี้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๘ (๑) และ (๒) แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ลำดับที่ ๑ ในบัญชีท้ายประกาศ กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ พ.ศ. ๒๕๖๑ ลงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/218/T_0001.PDF

ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับ สรุปง่ายๆ คือ อนุญาตให้นำสารสกัดกัญชาไปใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาได้ รวมถึงเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง แต่ไม่ได้ปล่อยเสรีในการบริโภคเหมือนกับเหล้าหรือบุหรี่

ฉบับแรก เป็นเรื่องกำหนดลักษณะกัญชงเพื่อเป็นประโยชน์ในการควบคุมการผลิต นําเข้า ส่งออก จําหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์จากกัญชง

ในส่วนฉบับที่ 2 สาระสำคัญคือให้ยกเลิกชื่อยาเสพติดให้โทษ กัญชา (cannabis) ในบัญชีท้ายประกาศ กระทรวงสาธารณสุข และเพิ่มเงื่อนไขและกำหนดระบุชื่อ "กัญชง" ให้เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 แต่ได้ยกเว้นกรณี

1.สารแคนนาบิไดออล (CBD) ที่สกัดจากกัญชงซึ่งมีความบริสุทธิ์มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 99 โดยมีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ไม่เกินร้อยละ 0.01 โดยน้ำหนัก

สรุปคือ Pure 99% เอานำไปผสมในอาหารหรือเป็นส่วนผสมเครื่องสำอางได้

2.สารสกัดหรือผลิตภัณฑ์จากสารสกัดที่มีสาร CBD เป็นส่วนประกอบหลัก และ มีสาร THC ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก ซึ่งเป็นยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตามกฎหมายว่าด้วยยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร และต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ทางยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร เท่านั้น

สรุปคือ เป็นยา และ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้

3.เมล็ดกัญชงหรือน้ำมันจากเมล็ดกัญชงซึ่งเป็นอาหาร และนำไปเพาะพันธุ์ไม่ได้

4.น้ำมันจากเมล็ดกัญชงหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชง ซึ่งเป็นเครื่องสำอาง และนำไปเพาะพันธุ์ไม่ได้

5.เปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้ง และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้ง

ทั้งนี้สามารถจำหน่ายได้ภายในประเทศเท่านั้น มีระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่ 27 ส.ค.2562

ที่มา : เนชั่นสุดสัปดาห์

admin