The101.world | โคตรจะแมน แค่ไหนถึงเรียกว่าแมน

The101.world | โคตรจะแมน แค่ไหนถึงเรียกว่าแมน
โคตรจะแมน แค่ไหนถึงเรียกว่าแมน

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์ เรื่อง

ภาพิมล หล่อตระกูล ภาพประกอบ

 

-1-

 

เมื่อมีใครบรรยายลักษณะของผู้ชายสักคนว่า ‘แมนๆ’ หรือบอกว่า ‘ฉันชอบผู้ชายแมนๆ อะแก’ — แค่ไหนถึงเรียกว่า ‘แมน’ ยังเป็นคำถามที่ฉันมักคิดต่อในใจเสมอ

ซูเปอร์ฮีโร่สุดคลาสสิกอย่าง ซูเปอร์แมน แค่ชื่อก็บอกแล้วว่าแมนอย่างถึงที่สุด รู้กันทั่วโลกว่าชายผู้นี้หาญกล้าต่อกรกับวายร้ายในเมืองเพื่อผดุงความยุติธรรม เขาเข้มแข็ง มีมัดกล้ามที่แข็งแรงยิ่งกว่าเหล็กกล้า

แต่ซูเปอร์แมนยังแมนหรือเปล่า ในบางจังหวะที่เขาแพ้และบาดเจ็บ ยังแมนไหม หากต้องโกหกเพื่อปิดบังตัวตนและเรื่องราวอ่อนไหวของตัวเอง

แล้วผู้ชายที่มีคุณลักษณะแบบซูเปอร์แมน ยังแมนอยู่ไหม ถ้าทั้งเนื้อตัวและความแมนในเนื้อหาเป็นเพียงสิ่งสมมติเท่านั้น

คำว่า แมน แปลเป็นไทยว่าผู้ชาย หากเป็นคำคุณศัพท์ก็คือ Manly-อย่างลูกผู้ชาย ราชบัณฑิตยสถานระบุไว้ในพจนานุกรมว่า ‘ลูกผู้ชาย’ ใช้เรียกผู้ชายที่มีความยุติธรรม ซื่อสัตย์ เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว กล้าหาญ และมีความรับผิดชอบ เป็นต้น  โอ้โฮ! คุณสมบัติจัดเต็ม แถมยังทิ้งท้ายไว้ด้วยคำว่า ‘เป็นต้น’ หมายถึง คุณสมบัติที่ว่ายังมีอีกมากนะจ๊ะด้วย

แต่…ความหมายเหล่านี้แฟร์หรือเปล่า เราใช้คำว่าแมนกันตามความหมายอย่างตรงตัวหรือไม่ แค่ไหนล่ะถึงเรียกว่าแมน

รุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่งของฉัน เป็นนักเขียนที่โอบกอดตัวตนหลายแบบไว้ด้วยกัน ตัวหนังสือของเขามีทั้งน้ำเสียงที่ดูเป็นผู้ชาย และตัดสลับไปเป็นน้ำเสียงแซ่บๆ ได้อย่างลื่นไหล เขาเคยบอกกับฉันว่า คำว่าแมนถูกใช้อย่าง ‘ทั่วไป’ และ ‘เกินไป’ คือใช้ในทุกๆ เรื่องแม้ไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นเพศก็ตาม เช่น ‘คนนี้ไม่ลุกให้ผู้หญิงนั่ง ไม่แมนเลย’ หรือเวลาผู้ชายสักคนยอมรับผิดก็มักจะบอกว่า ‘กูแมนๆ อยู่แล้วว่ะ’

รายการทีวีรายการหนึ่ง เป็นเกมโชว์ที่มีนักแสดง นักร้อง และนักแสดงตลกร่วมแข่งขัน ก่อนผลจะถูกตัดสิน นักแสดงตลกคนหนึ่งประกาศกร้าวว่า ถ้าเขาแพ้ จะยอมให้ทุกคนตบหัว รายการดำเนินต่อไปด้วยความสนุกสนาน กระทั่งผลการแข่งขันออกมา ชายตลกผู้นั้นแพ้ และเขายอมให้ทุกคนตบหัวจริงๆ จนสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ชมในห้องส่งอย่างคึกคัก

สิ่งที่ฉันติดใจและทำให้นึกถึงวาจาของรุ่นพี่นักเขียนก็คือ หลังจากนักแสดงตลกถูกตบหัวแล้ว พิธีกรรายการก็กล่าวขอเสียงปรบมือจากทุกคน “ปรบมือให้พี่ XXX หน่อยครับ ลูกผู้ชายตัวจริง แมนมากครับ”

“มึงแค่เสียสละ มึงซื่อสัตย์ ทำแล้วยอมรับ มันเป็นเหตุเป็นผลอยู่แล้วไหม เกี่ยวอะไรกับแมน” นี่คือวาจาที่เคยได้ฟัง และฉันก็ได้แต่หัวเราะอย่างเห็นด้วย

 

-2-

 

“ผู้หญิงคนนึงเคยบอกเราว่า เป็นผู้ชายแต่เล่นกีต้าร์ไม่เป็น เสียชาติเกิด” รุ่นพี่คนเดิมเล่าเพื่อย้ำความทั่วไปของคำๆ นี้ การด่ากันว่าหน้าตัวเมีย อาจเป็นปัญหาน้อยกว่าการที่คำว่า ‘แมน’ หรือความเป็นชายถูกเหมารวมอย่างทั่วไปและเกินไปด้วยซ้ำ เพราะมันถูกบรรจุอยู่ในมิติธรรมดาของชีวิต หรือในกิจวัตรประจำวันทั่วไปอย่างแนบเนียน

หลายครั้งความแมนไม่ใช่แค่เล่นกีต้าร์ แต่สำหรับบางคนยังหมายถึงผู้ชายที่เตะบอล สามารถเปลี่ยนหลอดไฟ ไล่แมลงสาบ ปราบจิ้งจก ถอยรถด้วยการจับพวงมาลัยมือเดียวขณะเอี้ยวไปมองหลังอย่างชำนาญ และคุณสมบัติอีกมากซึ่งถูกจับวางไว้บนบ่าของเพศชาย จนต้องขอทิ้งท้ายด้วยคำว่า ‘เป็นต้น’

หลายคนอาจไม่ยี่หระ หากถูกบอกว่าไม่แมน แต่ผู้ชายอีกหลายคนถือเอาคุณสมบัติเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็น สิ่งที่ต้องมีเพื่อความพอใจ (ของใคร?) และหากไม่มีก็รู้สึกราวกับขาดคุณสมบัติความเป็นชายไปเสียอย่างนั้น

แล้วคุณสมบัติที่ว่าก็ไม่ใช่แค่เรื่องทางกาย แต่บางครั้งก็เลยไปถึงเรื่องจิตใจ เช่นว่า ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง เป็นผู้นำ อย่าอ่อนแอ ต้องเป็นฝ่ายปกป้องดูแลผู้หญิง

ชายอีกคน เป็นบุคคลซึ่งใช้ร่างกายด้วยกันกับฉัน เขาคนนี้ดูแลเอาใจใส่กันอย่างดี ถ้าความทรงจำไม่ผิดพลาด เขาคงเคยถอยรถด้วยมือเดียวขณะพาฉันไปส่งบ้านอยู่เหมือนกัน และในเวลาที่เราเปลี่ยนจากแชร์ร่างกาย มาแชร์เรื่องราวต่อกัน เขาก็มักจะเป็นผู้ปลอบโยนฉันนับครั้งไม่ถ้วน ถ้าวัดตามคุณสมบัติความแมนแบบด้านบน แบบนี้ถือว่าแมนใช่ไหม

แต่ครั้งหนึ่ง ขณะอ้อยอิ่งด้วยกันบนเตียง ท่าทีของเขาผิดแปลกไปจากเคย เหมือนคนมีเรื่องอยากพูดแต่ก็ไม่พูด เป็นเช่นนั้นหลายนาทีจนฉันเอ่ยทัก ถึงได้รู้ว่าเขากำลังตกอยู่ในความเศร้าสับสน ถึงขนาดกังวลว่าจะมีปัญหาสุขภาพจิต

เมื่อได้ระบายแล้ว เขาก็พูดไม่หยุด ปล่อยความอ่อนแอของจิตใจออกมาเหมือนน้ำที่ไม่เคยหยุดไหล และแม้จะซ่อนอาการไว้ สีแดงอ่อนๆ บนดวงตาที่เคยเด็ดเดี่ยว และน้ำตาที่คลออยู่ ก็ไม่เคยโกหก

“ขอโทษนะ ความจริงไม่อยากบ่นให้ใครฟังหรอก เป็นผู้ชาย รู้สึกไม่แมนเลยที่หม่นๆ อ่อนแอแบบนี้” เขากล่าวหลังจากระบายความเศร้าให้ฉันฟังจนจบ

เศร้า อ่อนแอ แม้จะถอยรถด้วยมือเดียวได้ ก็ยังไม่แมนอีก

“อะไรของคุณ” ฉันว่า

“…”

“แมนคืออะไร เศร้าแปลว่าไม่แมนไปได้ยังไง”

ครั้งนี้ แค่ไหนถึงเรียกว่า ‘แมน’  เป็นคำถามที่ได้หลุดออกไป แต่เป็นคำถามที่เขาตอบไม่ได้ และยังคงท่าทีขอโทษที่ตัวเองอ่อนแอไว้ตลอดคืนวันนั้น

ฉันคิดว่า เพราะความแมนถูกฝังและจับวางบนบ่าอย่างเงียบเชียบ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนไม่มีใครเคยรู้ตัว ดังนั้น หากจะตอบคำถามที่ว่าเขาคงไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีด้วยซ้ำ

 

-3-

 

ใช่ว่าผู้ชายทุกคนจะไม่สบายใจกับความอ่อนแอ

‘ปอนด์’ เพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่งของฉัน คือหนุ่มวัยรุ่นมากความสามารถ หากจะหาอะไรมาการันตีคุณสมบัติความแมนแบบที่บทความนี้พูดถึง ก็คงเป็นการที่ปอนด์เล่นกีต้าร์และเปียโนได้ดีมาก

ปอนด์เป็นผู้ชายร่างเล็ก ติดจะผอมบาง ตัวไม่สูง เขามีเสียงเล็กๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งอาจตรงกันข้ามกับความแมนที่หลายคนมองว่า ผู้ชายต้องเสียงใหญ่ นุ่มทุ้ม ดูเข้มแข็ง

คงด้วยรูปร่าง บุคคลิกนิ่มๆ กับท่าทางไม่สู้คนของปอนด์ หลายคนจึงรู้สึกเอ็นดู และมักจะถามไถ่ดูแลปอนด์เสมอ เพื่อนผู้หญิงหลายคนรวมถึงฉันยังชอบเรียกปอนด์ด้วยฟิลเตอร์แม่เรียกลูก

‘ปอนด์ กินข้าวยัง’ ‘ปอนด์ ส่งงานอาจารย์แล้วใช่ไหม’ ‘ปอนด์ (ลากเสียงยาวๆ) ฯลฯ’

แม้หลายคนจะมองว่าการถูกรายล้อมและปกป้องโดยเพื่อนผู้หญิงนั้นดูไม่เท่ ไม่แมนนัก แต่ฉันเดาว่าปอนด์ไม่ได้อึดอัดกับการถูกปฏิบัติเช่นนี้ วัดจากการที่ปอนด์ไม่เคยแสดงท่าทีรำคาญสักครั้ง ด้วยไม่อยากเดาเอาเอง พอมีโอกาสประจวบเหมาะในวงเหล้า ฉันจึงลองถามปอนด์ดู

“ไม่อึดอัดนะ คนชอบบอกว่าเป็นผู้ชายต้องปกป้องผู้หญิง แต่กูถูกผู้หญิงปกป้องมาทั้งชีวิตเลย (หัวเราะ)” ปอนด์ว่าพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ

ปอนด์เล่าว่า สมัยมัธยมเพื่อนผู้ชายด้วยกันมักจะบูลลี่เรื่องที่เขาเสียงเล็ก พวกนั้นมักจีบปากจีบคอ ดัดเสียงเพื่อเลียนแบบเขา ปอนด์ยังถูกเด็กผู้ชายในโรงเรียนหลายคนรวมกลุ่มกันรังแก และไถสตางค์บ่อยครั้งด้วย

“เสียงแบบนี้ หุ่นแบบนี้ คงดูไม่แมนสำหรับพวกนั้น แต่นี่คือสิ่งที่กูเป็นอะ” ปอนด์ยังเล่าพร้อมรอยยิ้ม

แม้จะเล่นดนตรีระดับเทพ อย่างที่ใครว่าแมน แต่เสียงเล็กๆ ตัวเล็กๆ และบุคลิกไม่สู้คนของปอนด์ ก็เป็นตัวตนของเขาที่ความแมนไม่เปิดรับ

ปอนด์บอกว่า ประสบการณ์ของเขาตอนมัธยมอาจเป็นเหตุผลที่เขาไม่เคยอาย เวลาถูกผู้หญิงดูแลปกป้อง ในเมื่อเขาสามารถเปล่งเสียงแบบที่มี เป็นแบบที่เป็น โดยที่ไม่เคยถูกแกล้ง การมีเพื่อนผู้หญิงที่ดูไม่แมนสำหรับใคร เป็นหนึ่งในพื้นที่ปลอดภัยและไม่ถูกตัดสินของปอนด์

แล้วความแมนยังสำคัญอย่างไร หากการทำสิ่งที่ไม่แมนทำให้เขาได้เป็นตัวของตัวเอง

“มึงว่าตอนนั้น ต้องแมนแค่ไหนวะ ถึงจะเข้ากับพวกนั้นได้” ถามปอนด์อีกครั้ง

“ไม่รู้ว่ะ ไม่สนใจแล้ว” ปอนด์ว่า

ความแมนที่ร่วมกันสร้างในสังคมผลักให้เกิดอะไรขึ้นตั้งมากมาย ทั้งการที่ผู้ชายต้องทำหลายอย่างให้ได้ เพียงเพื่อไม่ให้เสียความเป็น ‘ลูกผู้ชาย’ ทั้งต้องไม่อ่อนแอ ร้องไห้ จนไม่อาจเป็นเจ้าของความรู้สึกตัวเอง ทั้งเป็นเหตุผลหรือข้ออ้างที่ดูเหมือนมากพอให้ใครสักคนรังแกกัน

แค่ไหนถึงเรียกว่าแมน คำถามนี้ขอยกให้คุณผู้อ่านคิดต่อก็แล้วกัน

admin