ช่อง 7 | เรื่องสุดสะเทือนใจ ห้างฯ แจ้งจับแม่ขโมยเงินกฐิน 160 บาท เกือบทำตำรวจร้องไห้ทั้งโรงพัก

ช่อง 7 | เรื่องสุดสะเทือนใจ ห้างฯ แจ้งจับแม่ขโมยเงินกฐิน 160 บาท เกือบทำตำรวจร้องไห้ทั้งโรงพัก
เรื่องสุดสะเทือนใจ ห้างฯ แจ้งจับแม่ขโมยเงินกฐิน 160 บาท เกือบทำตำรวจร้องไห้ทั้งโรงพัก
เรื่องสุดสะเทือนใจ ห้างฯ แจ้งจับแม่ขโมยเงินกฐิน 160 บาท เกือบทำตำรวจร้องไห้ทั้งโรงพัก

โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวสุดสะเทือนใจจากตำรวจนายหนึ่ง ได้เขียนโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเป็นเรื่องราวการจับกุมแม่อายุ 54 ปี ซึ่งถูกห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแจ้งความจับในข้อหาลักทรัพย์ เงินทำบุญกฐินที่เสียบไม้วางตั้งไว้ในห้างฯ จำนวน 160 บาท โดยทางห้างยืนยันจะให้ดำเนินคดี เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 17.40 น. วันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา
จากการสอบสวน แม่อายุ 54 ปี รับสารภาพว่า ก่อเหตุขโมยเงินดังกล่าวจริง โดยจะนำไปให้ลูก 2 คน กินข้าว เนื่องจากเงินรับจ้างล้างจานวันละ 300 บาท ไม่พอใช้ เพราะมีรายจ่ายเป็นค่าเช่าห้อง และให้เงินลูกไปโรงเรียน ส่วนสามีเสียชีวิตแล้ว
เหตุการณ์ยิ่งสะเทือนใจ เมื่อลูกชายอายุ 13 ปีของผู้ต้องหา พูดกับแม่ทั้งน้ำตาว่า "แม่ทำทำไม แม่สอนผมตลอด ว่าต่อให้เราไม่มีกินก็ห้ามขโมยของคนอื่น" ส่วนผู้เป็นแม่ทำได้เพียงพูดขอโทษลูก ทำให้เจ้าหน้าที่ต่างต้องเดินออกจากห้อง เพราะไม่สามารถทนดูภาพหดหู่นี้ได้ สักพักลูกสาวอายุ 12 ปี ได้ตามไปที่โรงพัก และเข้าโวยวายกับตำรวจ ว่าแม่คืนเงินแล้ว ทำไมต้องจับแม่
ซึ่งขณะที่แม่ถูกสอบปากคำ พี่น้องแยกกันไปหาซื้อข้าวให้แม่กิน และไปหาผู้ใหญ่ที่จะเป็นธุระที่ศาลได้ และเข้าแจ้งที่ร้านฟาสต์ฟู้ดที่แม่ทำงาน เพื่อขอลางานให้แม่ 1 วัน แต่กลับกลายเป็นว่าผู้จัดการร้านไม่เชื่อ
เมื่อสอบปากคำเสร็จ เด็กทั้ง 2 คนได้เข้ามาขอนอนกับแม่ แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต แต่ให้ทั้ง 2 คนนอนที่เบาะหน้าห้องแทน โดยผู้โพสต์ได้เล่าอีกว่า จากการพูดคุยกับเด็กทั้ง 2 คน เด็กมีความคิดเกินอายุ เข้าใจดีว่าถ้าที่ทำงานของแม่รู้ว่าแม่ต้องขึ้นศาล "ในฐานะผู้ต้องหา" แม่ต้องตกงาน
วันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา หญิงคนนี้ต้องไปขึ้นศาล ต้องชำระค่าปรับเป็นเงิน 5,000 บาท โดยศาลอนุญาตให้เลื่อนชำระค่าปรับไปอีก 1 เดือน หรือให้เลือก คือให้ทำงานบริการสังคมทดแทนค่าปรับ เป็นเวลา 10 วัน วันละ 4 ชั่วโมง แต่ทางเจ้าหน้าที่ศาลและทางตัวผู้ต้องหาเห็นพ้องกันว่าถ้าต้องมาทำวันละ 4 ชั่วโมง จะทำให้ขาดรายได้ เพราะไม่สามารถลางานได้
ผู้โพสต์ได้เขียนระบุว่า เรื่องค่าปรับ มีผู้ใจบุญโอนมาช่วยเหลือครบถ้วนเป็นเงิน 5,000 บาทแล้ว ซึ่งจะไปชำระในวันที่ 7 กันยายน เรื่องทุนการศึกษา ทางโรงเรียนประสานกับเด็กทั้ง 2 คน น่าจะมีข่าวดี พร้อมกันนี้มีผู้ใจบุญซื้อจักรยานให้แม่ขี่ไว้ไปทำงาน สั่งสินค้าเป็นข้าวสารอาหารแห้งจัดส่งให้ไปยังที่พัก เพื่อเป็นการบรรเทาค่าใช้จ่าย และช่วยออกเงินซื้อหม้อหุงข้าวใบใหม่ เนื่องจากที่มีใช้อยู่พังแล้ว
โดยผู้โพสต์ฝากข้อความระบุว่า “ไม่ใช่เพราะแม่ไปหยิบของคนอื่นมาแล้วได้รับผลตอบแทนแบบนี้ ที่ทุกคนช่วยกันเพราะอยากให้เด็กๆ เป็นอนาคตที่ดีของสังคม นี่ไม่ใช่การตอบแทนที่ไปทำผิด แต่เราควรช่วยคนที่กำลังเดือดร้อน”
จากการตรวจสอบทราบว่าผู้โพสต์คือ ร้อยตำรวจโทจตุรงค์ พรหมบุตร รองสารวัตร (สอบสวน) สน.บางซื่อ โดยโพสต์ดังกล่าว เป็นที่พูดถึงในวงกว้างในโลกออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าว ร้อยตำรวจโทจตุรงค์ได้โพสต์ข้อความขอบคุณผู้ที่ให้โอกาสครอบครัวนี้กลับสู่สังคม ซึ่งมั่นใจว่าไม่ได้มีแค่ครอบครัวนี้ครอบครัวเดียว แต่ยังมีอีกเป็นร้อยๆ ครอบครัวที่ประสบปัญหาเช่นนี้ แต่กรณีนี้จากการเป็นพนักงานสอบสวนมาเกือบๆ 2 ปี ถือว่าสะท้อนสังคมได้มากที่สุด

admin