MThai.com | แพทย์ระวัง ยาเออร์กอต อันตราย เสี่ยงมือ-เท้า ถูกตัดทิ้ง

MThai.com | แพทย์ระวัง ยาเออร์กอต อันตราย เสี่ยงมือ-เท้า ถูกตัดทิ้ง
แพทย์ระวัง ยาเออร์กอต อันตราย เสี่ยงมือ-เท้า ถูกตัดทิ้ง
นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้ป่วยไมเกรนอย่าใช้ยาเออร์กอต เหตุอันจรายทำเนื้อตาย จนถูกตัดทิ้งได้

ประเด็นน่าสนใจ
1. ยาเออร์กอต เป็นยาที่ผู้ป่วยนำมาใช้รักษาอาการไมเกรน
2. หากจะใช้ยานี้ควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อมารัประทานเอง
3. ผู้ป่วยไมเกรน ควรนอนหลับให้เพียงพอ เลี่ยงปัจจัยกระตุ้น และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

เตือนภัยให้ประชาชนระมัดระวังการใช้ยาแก้ปวด เออร์กอต สำหรับรักษาโรคไมเกรน เนื่องจากมีฤทธิ์สุดอันตราย ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อ และอาจถูกตัดทิ้งได้ ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียเกิดขึ้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนนำมารับประทานทุกครั้ง

โดยผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า “อันตรายจากการกินยา “เออร์กอต” ชื่อการค้ามีหลายชื่อ ที่ใช้ในการแก้ปวดหรือบรรเทาปวดหัวไมเกรน

เป็นยาที่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพราะถ้ามีโรคประจำตัวหัวใจ เส้นเลือดตีบหรือใช้ยาตัวอื่นๆ อยู่ รวมทั้ง ยาฆ่าเชื้อรา ยารักษาโรคเอดส์ จะทำให้ยาแก้ปวดตัวนี้ออกฤทธิ์มากขึ้น

และทำให้เส้นเลือดหัวใจ สมอง ที่ปลายมือ ปลายเท้า แขนขา หดตัวอย่างรุนแรง ขาดเลือด ห้วใจวาย อัมพฤกษ์ จนกระทั่ง ถึงกับต้องถูกตัดแขนขาไป

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปก็ทำให้มีคนส่งต่อเป็นจำนวนมาก เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีพฤติกรรมบริโภคยาชนิดดังกล่าวอยู่ระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ขณะเดียวกันได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบร้านขายยา และสั่งระงับห้ามนำยาเข้ามาจำหน่ายเพราะส่งผลอันตรายเสี่ยงต่อชีวิตได้

สำหรับการดูแลรักษาตัวเองหากเกิดอาการไมเกรนนั้น ทางเว็บไซต์bumrungrad.com ได้เปิดเผยว่า แม้ว่าอาการปวดศีรษะแบบไมเกรนจะรักษาไม่หาย แต่ผู้ป่วยก็สามารถดูแลตัวเองเพื่อบรรเทา และลดความถี่ในการถูกกระตุ้นจนเกิดอาการปวดได้ โดยปฏิบัติดังนี้

  • หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นไมเกรน
    เช่น ชีส ไวน์แดง ช็อคโกแล็ต น้ำตาลเทียม ผงชูรส ชา และกาแฟ
    การกระตุ้นทางประสาทสัมผัส อาทิ แสงจ้า เสียงดัง กลิ่นฉุน กลิ่นบุหรี่
    รูปแบบการนอนที่เปลี่ยนไป เช่น นอนดึก นอนไม่พอ หรือนอนมากเกินไป
    สิ่งแวดล้อม เช่น อากาศร้อน ฝุ่นควัน
    ยาบางชนิด
  • นอนหลับให้เพียงพอ แต่อย่าให้มากเกินไป
    ผู้ใหญ่โดยทั่วไปควรนอนให้ได้ประมาณ 6 ถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน พยายามเข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาทุกวัน
  • หยุดพักเมื่อมีอาการ
    ถ้าเป็นไปได้ควรพยายามพักผ่อนในห้องเงียบ ๆ มืด ๆ ร่วมกับการประคบเย็นบริเวณต้นคอ พร้อมกับนวดบริเวณที่ปวดก็จะช่วยบรรเทาอาการได้
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
    การออกกำลังกายติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 นาที จะช่วยให้ร่างกายโดยรวมแข็งแรง และลดความเครียดซึ่งอาจจะช่วยลดความถี่ของการปวดได้
  • จดบันทึกอาการของคุณ บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับความปวด อาทิ
    วัน เวลา ระยะเวลา ลักษณะอาการปวด อาหารที่รับประทาน รวมถึงความผิดปกติต่าง ๆ ที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับอาการของคุณเลย

admin