Manager Online | ตื่นตาตื่นใจ! “สุโขทัย”เปิดอุทยานประวัติศาสตร์ฯย้อนรอยพิธีจองเปรียง-ต้นกำเนิดลอยกระทง

Manager Online | ตื่นตาตื่นใจ! “สุโขทัย”เปิดอุทยานประวัติศาสตร์ฯย้อนรอยพิธีจองเปรียง-ต้นกำเนิดลอยกระทง

สุโขทัย – นักท่องเที่ยวประทับใจกันบาง..กรุงสุโขทัย เปิดอุทยานประวัติศาสตร์ฯ ย้อนรอย “พิธีจองเปรียง-ต้นกำเนิดลอยกระทง” ที่โด่งดังตามบันทึกในหลักศิลาจารึกหลักที่ 1 มาจนถึงทุกวันนี้

เทศกาลลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ประจำปี 2562 ที่จังหวัดสุโขทัย จัดขึ้น ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มาตั้งแต่ 2 พ.ย.ยาวไปจนถึง 11 พ.ย.นี้ ยังคงมุ่งเน้นนำเสนอเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมธรรมไทยผสานกับความทันสมัย ได้อย่างยิ่งใหญ่สมกับเป็น 1 ใน 10 เทศกาลและงานเฉลิมฉลองที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของโลก ผ่านกิจกรรมภายในงานกว่า 20 กิจกรรม

โดย 1 ในกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากผู้คนที่เดินทางไปร่วมงานอย่างคับคั่งทุกคืนคือ การแสดงพิธีจองเปรียง หรือต้นกำเนิดงานลอยกระทง พร้อมกับการแสดงการเล่นพลุไฟต่างๆ ทั่วท้องฟ้าในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ณ สระตระพังตระกวน วัดสระศรี ที่มีการแสดงและการเล่นพลุไฟทุกคืนในเวลา 22.00 น. ไปจนถึง 11 พ.ย. และคืนสุดท้ายของงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ยังได้ชมพิธีลอยพระประทีปพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์ ลอยเป็นปฐมฤกษ์ ในงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ สุโขทัย

สำหรับ “พิธีจองเปรียง”นั้น ในสมัยพระร่วงเจ้า พระมโหสถ พราหมณ์ บิดาของนางนพมาศได้นำนางนพมาศไปถวายตัวพระร่วงเจ้า และเมื่อถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองว่าเป็นเวลาเสด็จประพาสลำน้ำตามพระราชพิธีจองเปรียงในเวลากลางคืน และได้ให้บรรดาพระสนมนางในทั้งหลาย ตกแต่งกระทงประดับดอกไม้ธูปเทียน นำไปลอยน้ำหน้าพระที่นั่ง

คราวนั้นท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือนางนพมาศ พระสนมเอกพระร่วงเจ้าก็ได้คิดประดิษฐ์กระทงเป็นรูปดอกบัวกมุทขึ้น ด้วยเห็นว่าเป็นดอกบัวพิเศษ ที่บานในเวลากลางคืนเพียงปีละครั้งในวันดังกล่าว สมควรทำเป็นกระทงแต่งประทีป ลอยไปถวายสักการะรอยพระพุทธบาท

ซึ่งเมื่อพระร่วงเจ้าได้ทอดพระเนตรเห็น ก็รับสั่งถามถึงความหมาย นางก็ได้ทูลอธิบายจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย พระองค์จึงมีพระราชดำรัสว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าโดยลำดับ กษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน 12 ให้นำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว (ขึ้นเป็นครั้งแรก) เพื่อนำไปลอยอุทิศสักการะบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน”

ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นโคมลอยรูปดอกบัวปรากฏมาจนปัจจุบัน แต่ได้มีการเปลี่ยนชื่อเรียกใหม่ว่า “ลอยกระทงทรงประทีป” และนำมาลอยในแม่น้ำลำคลอง เพื่อเป็นการขอโทษแก่แม่น้ำที่เราใช้อาบและดื่ม ที่ให้ประโยชน์กับตัวเรา ซึ่งอาจจะทำไม่ดีกับแม่น้ำได้ จึงได้ลอยกระทงเพื่อขอขมาโทษกับแม่น้ำเพียงปีละครั้ง ในคืนวันเพ็ญเดือน 12 พร้อมการจุดพลุไฟที่ยิ่งใหญ่

ตามข้อความในหลักศิลาจารึกหลักที่ 1 ที่ว่า “ผู้คนเบียดเสียดมาดูท่านเผาเทียน ท่านเล่นไฟ เมืองสุโขทัยนี้ดังจักแตก”

admin