Workpoint News | ยิงกันในศาลจันทบุรี ระหว่างพิจารณาคดีปมพิพาทมรดกที่ดิน ตาย 2 เจ็บ 3

Workpoint News | ยิงกันในศาลจันทบุรี ระหว่างพิจารณาคดีปมพิพาทมรดกที่ดิน ตาย 2 เจ็บ 3
ยิงกันในศาลจันทบุรี ระหว่างพิจารณาคดีปมพิพาทมรดกที่ดิน ตาย 2 เจ็บ 3

รองโฆษกสตช. เผยเหตุยิงกันในศาลจังหวัดจันทบุรี ระหว่างพิจารณาข้อพิพาทปมมรดกที่ดิน เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 3 คน เสียชีวิต 2 คน ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นายบัญชา ปรมีศณาภร์ อายุ 61 ปี และนายวิจัย สุขรมย์ อายุ 51 ปี ทั้งสองคนเป็นทนายความ

วันที่ 12 พ.ย. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษกสตช.) เปิดเผยถึงกรณีเหตุคู่กรณีใช้อาวุธปืนยิงกันภายในบริเวณห้องพิจารณาของศาล ในพื้นที่ อ.เมือง จ.จันทบุรี ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองจันทบุรี ว่า วันนี้เวลา 09.15 น. ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงคู่กรณีได้รับบาดเจ็บ ในห้องพิจารณาคดีศาลจังหวัดจันทบุรี

เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องจึงได้ออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุเพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ในเบื้องต้นตรวจสอบพบว่า คนร้ายได้ใช้วุธปืนพกสั้นออโตเมติก กล๊อก 22 ขนาด .40 ก่อเหตุยิงคู่กรณี เจ้าหน้าที่ศาล และทนายความ จำนวน 4 ราย ในขณะที่อยู่ระหว่างรอการพิจารณาคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องมรดกที่ดิน ภายในบริเวณบัลลังก์ห้องพิจารณาคดี

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลซึ่งปฎิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอยู่หน้าห้องพิจารณาคดี จึงได้ใช้อาวุธปืนประจำตัวยิงผู้ก่อเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บ ในเบื้องขณะนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 ราย (รวมผู้ก่อเหตุ) เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาต่อมาผู้บาดเจ็บเสียชีวิต 2 คน คือ นายบัญชา ปรมีศณาภร์ อายุ 61 ปี และนายวิจัย สุขรมย์ อายุ 51 ปี โดยทั้งสองคนเป็นทนายความ

รองโฆษกสตช. กล่าวต่อว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ก่อเหตุจำนวน 1 คนไว้ได้แล้ว พร้อมทำการสืบสวนสอบสวนเก็บรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง สอบปากคำพยาน ส่งตัวผู้บาดเจ็บไปที่โรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา และจะนำตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับให้ทำการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงถึงการกระทำความผิดของผู้ก่อเหตุเป็นสำคัญ

รวมทั้งผู้บังคับบัญชาทุกพื้นที่ลงไปกำชับ กวดขัน การปฎิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณที่ทำการของศาลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามที่ได้รับการประสานขอกำลังไปปฎิบัติหน้าที่เพิ่มเติมจากศาล โดยต้องบูรณาการกับฝ่ายรักษาความปลอดภัยของศาล และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบอาวุธ สิ่งผิดกฎหมาย ใช้หลักยุทธวิธีระดับการใช้กำลัง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งให้มีแผนเผชิญเหตุและแนวทางการประสานการปฎิบัติ เพื่อเข้าระงับเหตุและแก้ไขปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์

admin