ไทยรัฐออนไลน์ – Politics | "ปริญญา" ชี้มติปล่อยผี ยืดแบนสารพิษ ชุด "สุริยะ" ไม่มีผลตาม ก.ม.

ไทยรัฐออนไลน์ – Politics | "ปริญญา" ชี้มติปล่อยผี ยืดแบนสารพิษ ชุด "สุริยะ" ไม่มีผลตาม ก.ม.
ภาพไฮไลต์

"ปริญญา" ชี้ชัดๆ มติ คกก.วัตถุอันตราย ชุด "สุริยะ" ใช้ระบบสันนิษฐาน ไม่มีผลตามกฎหมาย เหตุไม่มีการนับองค์ประชุม-ไม่ลงมติ ขัดมาตรา 12 พ.ร.บ.วัตถุอันตราย

วานนี้ (2 ธ.ค.62) ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ และรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก "Prinya Thaewanarumitkul" ในหัวข้อ "มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เลื่อนการแบนสามสารพิษชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ?" ระบุว่า "ตามที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้แถลงว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเป็นเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.62 ให้เลื่อนการแบนสามสารพิษทางการเกษตรออกไป 6 เดือน แต่รองศาสตราจารย์เภสัชกร นายจิราภรณ์ ลิ้มปานานนท์ ได้ออกมาแย้งว่า ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายครั้งนี้ ไม่มีการลงมติอย่างชัดเจนว่า กรรมการแต่ละท่านเห็นด้วยหรือไม่ในแต่ละประเด็น แต่เป็นภาวะจำยอม (อ่านรายละเอียดที่อาจารย์จิราภรณ์ เขียนได้ในภาพประกอบ 2)"

ผศ.ดร.ปริญญา ระบุต่อว่า "คำถาม คือ เมื่อไม่มีการให้กรรมการลงมติ จะถือว่าเป็นมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ชอบด้วยกฎหมายได้หรือไม่ ? ในฐานะที่เป็นอาจารย์ที่สอนวิชากฎหมายมหาชนเบื้องต้น ที่สอนเรื่องการลงมติมาทุกเทอม ผมจึงขอเอากรณีนี้มาให้สาธารณชนได้พิจารณา และเป็นกรณีศึกษาให้นักศึกษากฎหมายมหาชนได้เรียนรู้กัน ทั้งนี้จะไม่กล่าวถึงว่าควรเลื่อนการแบนสามสารพิษหรือไม่ โดยจะวินิจฉัยในทางกฎหมายเท่านั้น ดังต่อไปนี้ครับ"

ผศ.ดร.ปริญญา ระบุต่อว่า "ข้อกฎหมาย:ในเรื่องนี้ เราต้องเริ่มด้วยการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ #พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ซึ่งมาตรา 12 วรรคสอง (ภาพประกอบ 4) บัญญัติไว้ว่า"การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด .." นั้นหมายความว่า จะเรียกว่าเป็นการลงมติได้ จะต้องให้กรรมการแต่ละคนได้ออกเสียงในแต่ละประเด็น โดยให้กรรมการคนหนึ่งมีหนึ่งเสียง ทั้งนี้มติที่ใช้คือเสียงข้างมาก ซึ่งหมายถึงเสียงข้างมากของผู้เข้าประชุม และเมื่อต้องมีการออกเสียง ก็ต้องมีการตรวจสอบองค์ประชุมก่อนด้วย ซึ่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย มาตรา 12 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม"

ผศ.ดร.ปริญญา ระบุต่อว่า "ข้อเท็จจริง:ตามข้อเท็จจริงจากอาจารย์จิราภรณ์ (ภาพประกอบ 2) การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีการให้กรรมการแต่ละคนได้ลงมติหนึ่งคนหนึ่งเสียงแต่ประการใด ซึ่งสอดคล้องกับที่ นายสุริยะ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ คือ ตนเองสันนิษฐานเอา (ภาพประกอบ 1) ทั้งไม่ปรากฏว่ามีการตรวจสอบองค์ประชุมว่า มีสมาชิกมาประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งแล้วหรือไม่ มตินี้จึงมิใช่มติที่ดำเนินการถูกต้องตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย

ผศ.ดร.ปริญญา ระบุต่อว่า "บรรทัดฐานของศาล:แม้จะมีหลักฐานการเซ็นชื่อเข้าประชุมว่ามีกรรมการมาประชุมตอนเริ่มประชุมครบองค์ประชุม แต่เรื่องนี้ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ (คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 3/2551) และศาลฎีกา (คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 3623/2527) ได้เคยวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานไว้แล้วว่า องค์ประชุมต้องครบตลอดเวลาไปถึงตอนลงมติ จึงต้องนับองค์ประชุมตอนลงมติว่าครบหรือไม่ โดยนับจากคะแนนเสียงทั้งหมดที่ออก แต่เมื่อไม่มีการให้กรรมการลงมติจึงไม่อาจทราบได้เลยว่าองค์ประชุมตอนลงมติครบองค์ประชุมหรือไม่"

ผศ.ดร.ปริญญา ระบุต่อว่า "สรุป:ดังนั้นเมื่อไม่มีการนับองค์ประชุมตอนลงมติ และไม่มีการให้กรรมการแต่ละคนออกเสียงในเรื่องที่ขอมติ จึงสรุปได้ว่ามติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เลื่อนการแบนสามสารพิษ #จึงไม่ใช่มติที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือพูดอีกอย่างได้ว่า เท่ากับยังไม่มีมติ"

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
– Website : www.thairath.co.th
– LINE Official : Thairath

admin