77kaoded | 3 ข้อหา”เอ๋-ปารีณา”รุกป่า “ทนายอัจฉริยะ”โพสต์ ได้ยินเสียงไก่เขาสนขัน…คุกๆๆๆๆ

77kaoded | 3 ข้อหา”เอ๋-ปารีณา”รุกป่า “ทนายอัจฉริยะ”โพสต์ ได้ยินเสียงไก่เขาสนขัน…คุกๆๆๆๆ
3 ข้อหา”เอ๋-ปารีณา”รุกป่า “ทนายอัจฉริยะ”โพสต์ ได้ยินเสียงไก่เขาสนขัน…คุกๆๆๆๆ

ป่าไม้แจ้ง3 ข้อหา “ปารีณา”บุกรุกป่า “อัจฉริยะ”โพสต์ได้ยินเสียงไก่ขันลั่นเขา “คุกๆๆๆๆ”
“คุกๆๆๆๆ” เป็นประโยคที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ทนายความชื่อดังโพสต์ไว้ในเฟสบุ้คของเขา หลังจากเดิตทางไปยังเขาสนฟาร์มของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ พร้อมรูปได้สองตัวยืนเผชิญหน้ากัน โดยนายอัจฉริยะบอกว่า ได้ยินเสียงไก่ร้องดังลั่นเขาว่า คุกๆๆๆ

นายอัจฉริยะ ย้ำว่าที่ น.ส.ปารีณา แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)ว่าครอบครองที่ดิน 1700 ไร่ แต่เจ้าหน้าที่ไปตรวจพบ 600 ไร่ นั้นข้อเท็จจริง คือ ยังมีที่ดินอึกซีกเขาหนึ่ง (ฝั่งตะวันตก) ที่นายทวี ไกรคุปต์ ครอบครองอยู่อีก 1000 ไร่ แต่ไม่รู้ว่าทำไม น.ส.ปารีณา จึงแจ้งว่าเป็นของตนเองรวมไปด้วย

แม้จะยังมีข้อกังขาเรื่องสิทธิในที่ดินในการครอครองของตระกูลไกรคุปต์ ยังมีการแจ้งความดำเนินคดีไปมากันทั้งสองฝ่าย ยังมีการโต้แย้งสิทธิ์กันอยู่ แต่ในส่วนของกรมป่าไม้ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจและรังวัดใหม่แล้วได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัดจากอธิบดีกรมป่าไม้แล้วว่าการถือครองที่ดินฟาร์มไก่ “เขาสนฟาร์ม” หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี มีการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างแน่นอนและแจ้งความ ดำเนินคดีอย่างเป็นทางการแล้ว

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ แถลงข่าวการแจ้งความดำเนินคดีกับฟาร์มไก่เขาสน ที่บุกรุกพื้นที่ป่าจำนวน 46-1-40 ไร่ นับจากนี้คดีรุกป่าจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไปกรมป่าไม้เริ่มตรวจสอบที่ดินของ น.ส.ปารีณา ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยแต่งตั้งคณะทำงานมีนายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ เป็นประธาน เริ่มลงพื้นที่ในวันที่ 24 พ.ย. ต่อมา น.ส.ปารีณา ได้ร้องเรียนมายังกรมป่าไม้ระบุว่าอาจมีการรังวัดที่ดินไม่ถูกต้อง เนื่องจากมาตราส่วนแผนที่ของ ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ไม่เหมือนกัน กรมป่าไม้ได้ตรวจซ้ำเพิ่มเติมพบมีการบุกรุกที่ดินในเขตป่าไม้ จำนวน 46-1-40 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี 41-1-59 ไร่ และที่ดินตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 จำนวน 4-3-81 ไร่

แจ้ง 4 ข้อหาฐานบุกรุกป่า

อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวต่อว่า ดังนั้นกรมป่าไม้จะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส) เพื่อดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายฐานความผิด 1.ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า เข้ายึดถือและครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตตามความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54

2.ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถางทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ตามความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14

3.เข้ายึดถือ ครอบครอง ก่อสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิครอบครองหรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9

4.การกระทำผิดหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการ ทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ตามความผิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97

นายทวี ไกรคุปต์ พ่อของ น.ส.ปารีณา ได้ไปร่วมสังเกตการณ์ ในการแถลงข่าวสรุปของกรมป่าไม่ด้วย และได้มีการโต้แย้งในบางประเด็น และถึงขั้นแย่งไมโครโฟนมาจากมือของอธิบดีกรมป่าไม้มาพูด อันเป็นการแสดงอำนาจบาทใหญ่ต่อหน้าข้าราชการประจำ และนักข่าวจำนวนมาก

นายทวี ยังโดนชาวบ้านข้างเคียงร้องเรียนด้วยว่าบุกรุกที่ดินของเขาด้วยการเข้าไปแผวถาง และทำรั้วรอบที่ดินของชาวบ้านอีก 40 ไร่ ชาวบ้านเคยไปร้องเรียนหน่วยงานต่างๆมามาก รวมทั้งศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัดราชบุรี เรื่องก็เงียบหายไปทุกหน่วยงานที่ไปร้องเรียน

ประเด็นการครอบครองที่ดินของสองพ่อลูกตระกูล “ไกรคุปต์” ต้องไปตรวจสอบประวัติของที่ดินแปลงนี้ว่า ได้มาอย่างไร ครอบครองมาตั้งแต่ปีไหน ครอบครองก่อนประกาศเป็นเขต สปก.หรือไม่ ถ้าได้มาก่อนประกาศเขต สปก.ก็แสดงว่าบุกรุกป่า แม้จะอ้างว่ามีการเสียภาษีดอกหญ้า (ภ.บ.ท..5) แต่เอกสารเสียภาษีไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ในการครอบครองที่ดิน แค่มีสิทธิ์ในการทำกิน แต่ที่ดินยังเป็นของรัฐ

ส่วนถ้าได้มาหลังประกาศเขต สปก. ก็ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะที่ดิน สปก.ให้สิทธ์สำหรับเกษตรกร หรือลูกของเกษตรกรเท่านั้น มีสิทธิ์ครอบครองได้ไม่เกินคนละ 100 ไร่ แต่ น.ส.ปารีณา แจ้งกับ ปปช.ว่าครอบครอง 1700 ไร่ อย่างงัยก็มีความผิด

กรณีการบุกรุกป่า หลังจากเกิดกรณี น.ส.ปารีณา ที่พยายามยื้อแย้งสิทธ์ ก็มีเสียงเรียกร้องว่า ให้ดำเนินการอย่างเป็นธรรมเหมือนกับดำเนินการกับชาวบ้าน เพราะชาวบ้านเหนือ ใต้ กลาง ออสานโดนกันทั่วหน้า ยึดคืนที่ดิน ทำลายอาสินธ์ ตามมาตรา 25 ของ พ.ร.บ.ป่าไม้

กระแสเสียงจากขาวบ้านกลัวว่ารัฐบาลจะทำไม่จริงจังเหมือนทำกับชาวบ้าน เพราะนายทวีเป็นนักการเมืองอาวุโส และ น.ส.ปารีณา เป็น ส.ส.พลังประชารัฐ พรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีข่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯอยู่ด้วย ชาวบ้านกลัวว่าจะแค่ไฟไหม้ฟาง แล้วก็เงียบหายไป

ส่วนข้อหาบุกรุกป่านั้น อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มี “ลูกท็อป-สราวุธ ศิลปอาชา” จากพรรคชาติไทยพัฒนา บริหารอยู่

หลังจากนี้ไปเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ในการตรวจสอบ ดำเนินการกับปัญหาที่ดินภายใต้การครอบครองของตระกูล “ไกรคุปต์”แต่นายอัจฉริยะ บอกว่าได้ยินเสียงไก่ขันเขาสนขันว่า “คุกๆๆๆๆ”

ด้วยความเคารพ
นายหัวไทร
3 ธันวาคม 2562

 

admin