สยามรัฐ | "เปรมชัย" นอนคุก ทำเรื่องประกันตัวไม่ทัน

สยามรัฐ | "เปรมชัย" นอนคุก ทำเรื่องประกันตัวไม่ทัน

ศาลอุทธรณ์ ภาค 7 พิพากษาคดี เจ้าสัวเปรมชัย พร้อมสมุน ล่าเสือดำ กลางป่าทุ่งใหญ่ฯ ล่าสุด เจ้าสัวเปรมชัย นอนคุก เพราะทำเรื่องประกันตัวไม่ทัน ต้องรอส่วนกลางเป็นผู้พิจารณาจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่

วันที่ 12 ธ.ค.62 ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.219/2561 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.63/2562 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ (โจทก์) นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน (จำเลย) เข้าไปลักลอบล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พร้อมของกลางเป็นซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก เหตุเกิดวันที่ 4-6 ก.พ.61

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.50 น. นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ได้เดินทางมาด้วยรถยนต์แลนด์โรเวอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน วข 3858 กทม. โดยมี นายวิทูล แย้มพราย ทนายความส่วนตัว พร้อมทีมทนายความ ที่เดินทางล่วงหน้ามาก่อนมาให้การต้อนรับ ขณะที่จำเลยในคดีเดียวกันอีก 3 คน ประกอบด้วย นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 นางนที เรียมแสน จำเลยที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 เดินทางมาก่อนล่วงหน้าเช่นกัน

เมื่อนายเปรมชัย มาถึง ทั้งหมดได้เดินขึ้นไปที่ชั้น 2 ที่ห้องพิจารณาคดีบัลลังก์ 1 ของศาลทองผาภูมิ ทันที โดยไม่ยอมปริปากพูดจาใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งครั้งนี้ นายเปรมชัย ได้ใช้ไม้เท้าเพื่อช่วยพยุงตัวเองมาด้วย
ต่อมาว่าที่ร้อยตรีมิตร มูลสวัสดิ์ อัยการจังหวัดทองผาภูมิ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ได้เดินทางมาถึงศาลก่อนรีบเดินขึ้นไปที่ห้องพิจารณาบนชั้น 2 ของศาลทันที

สำหรับบรรยากาศภายในบริเวณศาล ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ จำนวน 25 นาย มาให้การดูแลอำนวยความสะดวก ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวจำนวนมาก ศาลอุทธรณ์ ภาค 7 พิพากษาเพิ่มโทษ เจ้าสัวเปรมชัย จำคุก 2 ปี 14 เดือน ในคดีล่าเสือดำ กลางป่าทุ่งใหญ่ฯ

ความคืบหน้าล่าสุด ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.219/2561 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.63/2562 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ (โจทก์) นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน (จำเลย) เข้าไปลักลอบล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พร้อมของกลางเป็นซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก เหตุเกิดวันที่ 4-6 ก.พ.61การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. โดยศาลได้ใช้เวลาในการอ่านประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้พิพากษาแก้เพิ่มโทษ นายเปรมชัย กรรณสูต จำคุก 2 ปี 14 เดือน นายยงค์ โดดเครือ จำคุก 2 ปี 17 เดือน นางนที เรียมแสน จำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับเงิน 40,000 บาท แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี ส่วน นายธานี ทุมมาศ จำคุก 2 ปี 21 เดือน
และชั้นอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้นในเรื่องเงินค่าปรับจำเลยทั้ง 4 คนให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวนเงินรวม 2 ล้านบาท

ขณะที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัว นายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1 นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 เพิ่มหลักทรัพย์อีกคนละ 2 แสนบาท แต่กำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาต

นายเปรมชัย กรรณสูต นายยง โดดเครือ และนายธานี ทุมมาศ เจ้าหน้าที่เรือนจำอำเภอทองผาภูมิ นำรถเรือนจำมารับตัวไปเข้าเรือนจำทองผาภูมิ ในช่วงเวลา 17.51 น.ที่ผ่านมา สาเหตุเนื่องจากศาลฎีกา พิจารณาคำร้องขอประกันตัวไม่ทันส่วนนางนที เรือนแสน รอลงอาญา 2 ปี และภายในพรุ่งนี้เวลาประมาณ 09.00 น.ทนายความของจำเลยทั้ง 3 จะยื่นเรื่องประกันตัวอีกครั้งหนึ่ง ในวงเงินคนละ 600,000 บาท
ด้านหัวหน้าวิเชียร พอใจคำตัดสินเพิ่มโทษ เจ้าสัวเปรมชัย คดีล่าเสือดำ ถือเป็นการทวงคืนความยุติธรรมให้เสือดำ

ภายหลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษาเพิ่มโทษ คงจำคุก นายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 14 เดือน จำคุก นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 17 เดือน จำคุก นางนที เรียมแสน จำเลยที่ 3 มีกำหนด 1 ปี 8 เดือน และปรับ 40,000 บาท จำคุก นายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 มีกำหนด 2 ปี 21 เดือน โทษจำคุกจำเลยที่ 3 ให้รอการลงโทษไว้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และชั้นอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้นในเรื่องเงินค่าปรับจำเลยทั้ง 4 คนให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวนเงินรวม 2 ล้านบาท ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.219/2561 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.63/2562 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ (โจทก์) นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน (จำเลย) เข้าไปลักลอบล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พร้อมของกลางเป็นซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก เหตุเกิดวันที่ 4-6 ก.พ.61

เมื่อเวลาประมาณ 10.55 น. ว่าที่ร้อยตรีมิตร มูลสวัสดิ์ อัยการจังหวัดทองผาภูมิ ได้เดินลงมาจากศาลจังหวัดทองผาภูมิ โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงรายละเอียดในคำพิพากษา แต่สุดท้ายก็พูดแต่เพียงว่า “ไม่ได้รับอนุญาตให้สัมภาษณ์ โดยอัยการส่วนกลางจะเป็นผู้แถลงเท่านั้น” ก่อนเดินกลับออกไปจากศาลทันที

ขณะที่ นายวิเชียร ซึ่งเดินไล่หลังกันลงมาจากศาล ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า “น้อมรับคำพิพากษาของศาล และรู้สึกพอใจที่ศาลได้ตัดสินเพิ่มโทษ ซึ่งถือเป็นการทวงคืนความยุติธรรมให้กับเสือดำ และทำให้มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป” ก่อนจะเดินฝ่าวงล้อมของผู้สื่อข่าวออกไปทันทีเช่นกัน

โดยล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. นายเปรมชัย พร้อมกับพวก และทีมทนายความทั้งหมดยังคงอยู่บนศาล คาดว่าอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของการยื่นขอประกันตัว จึงยังไม่ลงมาจากศาลแต่อย่างใด
ขณะที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัว นายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1 นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 เพิ่มหลักทรัพย์อีกคนละ 2 แสนบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วมีคำพิพากษา แก้เป็นว่า จำเลยทั้ง 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14, 31 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 19 วรรคหนึ่ง 47, 55 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จำเลยที่ 1, 2 และ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 16, 36, 47, 53 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิวรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ความผิดฐานร่วมกันพาอาวุธปืนและความผิดฐานร่วมกันพาอาวุธมีดเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน แต่ให้ลงโทษฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเพียงฐานเดียว

จำเลยที่ 2 และ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และจำเลยที่ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 36, 53 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80 การกระทำของจำเลยทั้ง 4 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ จำคุกจำเลยทั้ง 4 คนละ 1 ปี และปรับจำเลยที่ 3 เป็นเงิน 20,000 บาท ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกจำเลยทั้ง 4 คนละ 6 เดือน และปรับจำเลยที่ 3 เป็นเงิน 10,000 บาท

ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ไก่ฟ้าหลังเทา) โดยไม่ได้รับอนุญาต กับฐานร่วมกันรับไว้โดยประการใดซึ่งซากสัตว์ป่า (ไก่ฟ้าหลังเทา) อันได้มาโดยการกระทำความผิดเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง (ไก่ฟ้าหลังเทา) โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยทั้ง 4 คน คนละ 2 เดือน และปรับจำเลยที่ 3 เป็นเงิน 10,000 บาท ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) กับความผิดฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 คนละ 1 ปี
เมื่อรวมกับโทษจำคุกคนละ 3 เดือน ของจำเลยที่ 2 และ 4 ในความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตโทษจำคุก 5 เดือนของจำเลยที่ 1, 2 และ 4 ในความผิดฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และโทษจำคุก 4 เดือนของจำเลยที่ 4 ในความผิดฐานพยายามล่าสัตว์ป่า (กระรอก) ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 14 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 17 เดือน จำคุกจำเลยที่ 3 จำนวน 1 ปี 8 เดือน และปรับ 40,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 2 ปี 21 เดือน โทษจำคุกจำเลยที่ 3 ให้รอการลงโทษไว้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น กับให้จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดแก่ผู้ร้องนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

มีรายงานข่าวว่า เจ้าสัวเปรมชัย กับพวกต้องนอนเรือนจำทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ในคืนนี้ เนื่องจากทีมทนายความทำเรื่องขอประกันตัวไม่ทัน อีกทั้งยังต้องรอส่วนกลางว่าจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่อย่างไร

admin