กรุงเทพธุรกิจ | เปิดสถิติหวย 10 ปี ตัวไหนดี ตัวไหนแป้ก

กรุงเทพธุรกิจ | เปิดสถิติหวย 10 ปี ตัวไหนดี ตัวไหนแป้ก

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนไทยกับหวยเป็นของคู่กัน เจอตอไม้ก็ขูด เจอบ่อผุดก็ไปดื่ม เอาทะเบียนรถนายกมาตีเลข เอาวันที่วันสำคัญมากลับหน้ากลับหลังแล้วซื้อ หรือแม้แต่วัตถุมงคลในช่วงนี้ก็มักจะมาแนวให้โชคให้ลาภ ถ้าบอกว่าเป็นเนื้อคู่กันก็คงเชื่อ

ซึ่งแต่คนก็มีวิธีในการดูเลข เก็งเลข มีวิธีคำนวณเลขกันมากมาย ยิ่งกว่าคิดโอลิมปิกคณิตศาสตร์ ที่แตกต่างกันออกไป และก่อนหวยงวดสุดท้ายที่จะออกสิ้นปีนี้ ทางเราจึงรวมเลขสถิติเลขที่ออกซ้ำกันมากที่สุดย้อนหลัง 10 ปี ให้ใจเต้นแรงกันเล่นๆ แข่งกับลุ้นโบนัสกันไปเลย แต่ต้องออกตัวก่อนว่าการรวมสถิติครั้งนี้อิงจากการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งสิ้น ไม่มีศาสตร์ความเชื่ออื่นใดมาแอบแฝง และเพื่อให้เห็นภาพรวมว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ตัวเลข 6 หลักนี้ผกผันไปในรูปแบบไหนบ้าง

เริ่มกันที่เลข 2 ตัวบน เลขที่ออกมากที่สุดคือ 04 ออกจำนวน 7 ครั้ง รองลงมา 6 ครั้งได้แก่ 24 43 64 77 ในขณะที่ออก 5 ครั้งคือ 17 25 31 56 60

มาดูที่ 2 ตัวล่างดีกว่า อันดับหนึ่งในการออกซ้ำมากที่สุด ยกให้ 79 เพราะออกถึง 8 ครั้ง ตามมาด้วย 85 ที่ออกถึง 6 ครั้ง และตัวเลขที่ออก 5 ครั้ง คือ 02 52 62 65 86 98 แต่เมื่อรวมสถิติทั้งบนและล่างออกสูงสุดถึง 9 ครั้ง คือ 02 และ 79

ถึงขั้นนี้ก็ต้องขอบอกว่า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมามี 1 ตัวเลข ที่ไม่เคยออกเลย ไม่ว่าเลขท้าย 2 ตัวทั้งบนและล่างเลย คือ 13

ถัดมาดูสถิติเลข 3 ตัวกันบ้าง การออกซ้ำสูงสุดของ 3 ตัวบน หรือเลข 3 ตัวสุดท้ายของลอตเตอรี่ คือ 043 ที่ออกซ้ำกันสูงสุดถึง 3 ครั้ง นอกจากนี้เลขหน้า 3 และเลขท้าย 3 ตัวที่ทุกคนรู้จักกันในนาม เลข 3 ตัวล่าง ที่มีสถิติออกซ้ำสูงสุดคือ 008 และ 076 ออกไปถึง 6 ครั้ง ส่วนที่ออกน้อยลงมา 5 ครั้งได้แก่ 945 589 403 และ 390

จากรายงาน การตรวจสอบงบการเงินของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในปีงบประมาณ 2539-2558 บอกว่า มีคนไทยจ่ายเงินซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลและสลากบำรุงการกุศลทั้งสิ้น 909,433 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีคนถูกรางวัลนำลอตเตอรี่มาขึ้นเงินกับสำนักงานสลากฯ 552,202 ล้านบาท มีคนถูกรางวัลที่ 1 มาแล้วประมาณ 11,500 คน หรือปีละประมาณ 575 คน ส่วนที่ไม่ถูกรางวัลหรือ "ถูกกิน" 357,229 ล้านบาท

ในปี 2558 สำนักงานสลากฯพิมพ์สลากขาย 37 ล้านฉบับคู่ ซึ่งก็จะมีผู้ถูกรางวัลที่ 1 ไม่เกิน 37 คน ในรอบ 1 ปี มีการออกรางวัลทั้งหมด 24 ครั้ง หากซื้อสลากคนละ 1 ฉบับคู่ คาดว่าในปีนี้น่าจะมีคนถูกรางวัลที่ 1 ไม่เกิน 888 คน ภายใต้หลักการดังกล่าว นำมาคำนวณย้อนหลังกลับไปอีก 19 ปี รวมแล้วคาดว่าจะมีคนถูกรางวัลที่ 1 ไม่เกิน 11,502 คน หรือเฉลี่ยปีละ 575 คน

และแม้ว่าเราจะมีสถิติการถูกรางวัลที่ 1 จะมีโอกาสเพียง 1 ในล้าน หรือ 0.0001% หรือเลขท้าย 3 ตัวจะมีโอกาสเพียง 0.4% และรางวัลเลขท้าย 2 ตัวจะมีโอกาสเพียง 1% ทุกคนก็บ่ยั่นที่จะเพียรหา และมีความหวังกับมันต่อไป รางวัลที่กำลังเราพูดถึงนี่คือ รางวัลสลากกินแบ่งรัฐ (บนดิน ที่ถูกกฎหมายเท่านั้น) แต่ถ้าใต้ดินก็อีกเรื่อง

หวยนี้ใครรวย

จากข้อมูลของเว็บไซต์ ไทยพับลิก้า ที่ได้รวบรวมสถิติไว้เมื่อปี 2557 พบว่า สลากกินแบ่งราคาคู่ละ 80 บาท (ตามราคาหน้าสลาก) ซึ่งแบ่งเข้ารัฐ 72.80-74.40 บาท ที่เหลือเป็นของคนขาย แน่นอนว่างานนี้คนขายรวยแบบไม่ต้องลุ้นเลยทีเดียว กำไรเหนาะๆ 200,000,000 บาทต่องวด (37 ล้านคู่ต่องวด)

แต่คนก็ยังมีความเข้าใจว่า การซื้อหวย ก็ช่วยคนพิการ แต่อันที่จริงแล้ว กลุ่มคนพิการ ขายลอตเตอรี่เพียงแค่ 8,060,200 ฉบับ คิดเป็น 10.89% ของล็อตเตอรี่ที่แจกจ่ายให้ผู้ขายทั่วประเทศ

สัดส่วนอื่นๆ ถูกแบ่งออกเป็น บริษัทหลายแห่งขายลอตเตอรี่รวมกัน 5,820,000 ฉบับ คิดเป็นมูลค่า 465,600,000 บาท บุคคลทั่วไปได้ขายลอตเตอรี่รวมกัน 35,452,300 บาท ผู้ขายที่ได้รับสิทธิจำหน่ายลอตเตอรี่สูงสุดคือ มูลนิธิสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทั้งหมด 9,213,500 ฉบับ คิดเป็น 12.45% ของลอตเตอรี่ที่แจกจ่ายให้ผู้ขายทุกราย

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ สลากกินแบ่งเพียงแค่ 10% จำหน่ายโดยกลุ่มคนพิการ มีบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบุคคลทั่วไปที่ใช้นามสกุลเดียวกันจำนวนมากได้สิทธิในการขายสลากกินแบ่ง ส่วนผู้ขายเจ้าใหญ่ที่สุดคือ มูลนิธิสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเสียเอง มูลนิธินี้ขายสลากมากกว่าที่คนพิการทั้งหมดขายรวมกันซะอีก

เปิดสถิติรายงานสถานการณ์การพนันในประเทศไทย หวยครองตลาด

การเล่นหวยของคนไทยไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะได้กระจายไปในทุกภูมิภาค มีสถิติจาก ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะพบว่า คนไทยกว่า 30 ล้านคนที่ข้องเกี่ยวกับการพนัน และในวงจรการพนันนั้นมีเม็ดเงินไหลเวียนไม่ต่ำกว่า 6 แสนล้านบาท

และหวยจัดอยู่ 5 อันดับแรกที่มีคนลองเสี่ยงโชคมากที่สุด ทั้งบนดินและใต้ดิน โดยสลากกินแบ่งรัฐบาลขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง เล่นกันอยู่ราว 22.7 ล้านคน มีวงเงินพนัน 150,486 ล้านบาท ตามมาติดๆ ด้วยหวยใต้ดิน เล่นกันอยู่ราว 17.73 ล้านคน วงเงินการพนัน 153,158 ล้านบาท ถ้าคิดรวมๆ แล้วเงินหมุนเวียนในวงพนัน หวยก็เกินครึ่งไปแล้ว

ผลสำรวจนี้ได้จำแนกเป็นคน 3 กลุ่มคือ ช่วงอายุตั้งแต่ เยาวชน 15-18 ปี เยาวชน 19-25 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผลสำรวจพบว่า การพนันที่คนทั้ง 3 กลุ่มเล่นมากที่สุดยังคงเป็น สลากกินแบ่งรัฐบาล และหวยใต้ดิน ที่น่าสนใจคือ ในกลุ่มของเยาวชน 15-18 ปี การพนันที่ขึ้นเป็นอันดับ 1 คือ หวยใต้ดิน และมีผู้เข้ามาวนเวียนในวงนี้ถึง 319,096 คน รองลงมาก็ยังเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่ที่ 268,012 คน

ส่วนอีก 2 กลุ่มที่เหลือ อันดับ 1 คือ สลากกินแบ่งรัฐบาล และอันดับ 2 หวยใต้ดิน ซึ่งมีความเหมือนกัน ต่างกันเพียงจำนวนผู้เล่น เพราะในกลุ่มของผู้สูงอายุมีจำนวนผู้เล่นที่มากกว่าเท่านั้น

สถานการณ์คนไทยเสี่ยงโชคจาก "สลากกินแบ่งรัฐบาล" ในปี 2562 คิดเป็น 42.7% หรือ 22.729 ล้านคน เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2560 ถึง 6.1% หรือเพิ่มขึ้น 1.315 ล้านคน ส่วนเม็ดเงินหมุนเวียนก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะมีมูลค่าสูงถึง 150,486 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ถึง 9,937 ล้านบาท

และการเสี่ยงโชคจากสลากกินแบ่งรัฐบาล ยังเจาะลงไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ชนิดที่เรียกได้ว่า ทั่วถึงทุกหย่อมหญ้า ไม่ว่าจะเป็นเหนือ กลาง อีสาน ใต้ รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่สัดส่วนผู้เล่นสูงสุดอยู่ที่ภาคอีสานที่มีผู้เล่นอยู่ที่ 7.365 ล้านคน รองลงมาเป็น ภาคกลาง 4.285 ล้านคน ถัดมาคือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคเหนือ น้อยสุดอยู่ที่ภาคใต้

ในเมื่อมีสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นโลกบนดิน ก็ต้องมีโลกคู่ขนานที่ควบคู่ไปพร้อมกับที่เรียกว่าใต้ดิน และผู้เขียนเชื่อว่า คนที่ซื้อบนดินแล้ว ถูกยาก ต้องปันใจมาเล่นใต้ดินเป็นแน่

สถิตคนไทยเล่นการพนัน "หวยใต้ดิน" ในปี 2562 มีสูงถึง 33.3% หรือคิดเป็นจำนวน 17.737 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 เพียง 2.4% หรือ 4.133 แสนคน และ 73.6% ของคนที่เล่นหวยใต้ดิน หรือประมาณ 13.056 ล้านคน จะเสียงโชคกับสลากกินแบ่งรัฐบาลควบคู่ไปด้วย

สำหรับวงเงินหมุนเวียนในตลาดการค้า หวยใต้ดิน มีมูลค่าสูงถึง 153,158 ล้านบาท (สูงกว่าบนดินอีกแน่ะ) และเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2560 ถึง 18,015 ล้านบาท

ในงานสำรวจเจ้าเดิมก็รายงานออกมาว่า จำนวนเงินที่ซื้อในสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยเฉลี่ยต่องวดอยู่ที่ 314 บาท โดยต่ำสุดอยู่ที่ 80 บาท และสูงสุดอยู่ที่ 50,000 บาท (คุณพระ!) ซึ่งแน่นอนอีกว่าสูงกว่าปี 2560 อีกตามเคย

ส่วนความถี่ในการซื้อนั้น พบว่า คนที่เล่นทุกงวดเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 68.4% เฉลี่ยอยู่ที่ 19 งวดต่อปี (ก็พลาดไป 3 งวดเองเนอะ) ซึ่งในปี 2560 เฉลี่ยอยู่ที่ 9 งวดต่อปีเท่านั้น

แต่ก็อย่าเพิ่งแตกตื่นมาดู หวยใต้ดิน กันก่อน เพราะว่าจำนวนเงินที่ซื้อหวยใต้ดินโดนเฉลี่ยต่องวดอยู่ที่ 405 บาทต่องวด ต่ำสุดอยู่ที่ 10 บาท และสูงสุด 10,000 บาท แต่เรื่องของความถี่ในการซื้อก็ต้องบอกว่าตีคู่ เพราะซื้อบนก็ต้องซื้อล่าง สถิติเล่นทุกงวดเท่ากันเป๊ะ อย่างกับคัดลอกแล้ววาง เพราะสถิติเฉลี่ยของหวยใต้ดิน คือ 19 งวดต่อปีเช่นกัน

มาดูที่ตลาดผู้เล่นก็ต้องขอบอกว่าทั่วถึงอีกครั้ง และอันดับหนึ่งของผู้เล่นยังอยู่ที่ภาคอีสานกว่า 6.938 ล้านคน ถัดมาคือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล 3.333 ล้านคน ต่อมาคือ ภาคกลาง และภาคใต้ ผู้เล่นน้อยสุดในตลาดนี้อยู่ที่ภาคเหนือเจ้า

รายได้เฉลี่ยของคนไทย และรายงานสถิติหนี้สิน

ความน่าสนใจก็คือ ในช่วง 2-3 ปีหลัง อัตราการเล่นสลากกินแบ่งถึงสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังถูกเผยแพร่มันยังกลุ่มเยาวชนวัยใสอีก นี่เป็นเพราะเศรษฐกิจ สังคม หรืออะไรกันนะที่ทำให้สถิติพุ่งขึ้นมาได้แบบนี้ทุกปี

รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสแรกของปี 2562 จากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้เปิดเผยออกมาว่า ในไตรมาสแรกมีหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น ซึ่งอันที่จริงแล้วเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2561 และเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสิ้นไตรมาส 1/2562 หนี้ครัวเรือนเท่ากับ 13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 6.3% และคิดเป็นสัดส่วนต่อจีดีพีเท่ากับ 78.7% สูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส

นับตั้งแต่ปี 2560 โดยหนี้ครัวเรือนไทยสูงเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากเกาหลีใต้ และอันดับ 11 ของโลก จาก 74 ประเทศ และหนี้ที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ได้แก่ หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต และรถยนต์ ภาวะหนี้สินครัวเรือนยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งมาในไตรมาสที่สอง และไตรมาสที่สามก็ยังไม่ลง

ในขณะที่ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทยว่า ในปี 2562 หนี้ครัวเรือนเฉลี่ยที่ 340,053 บาทต่อครัวเรือน เป็นอัตราที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ และเพิ่มจากปีก่อน 7.4%

โดยเป็นหนี้ในระบบ 59.2% และนอกระบบ 40.8% ส่วนการผ่อนชำระต่อเดือนนั้นพบว่าครัวเรือนมีการชำระหนี้ในระบบเฉลี่ยเดือนละ 16,960 บาท ลดลงจากปีก่อน 0.90% และชำระหนี้นอกระบบเฉลี่ยเดือนละ 5,222 บาท เพิ่มขึ้น 0.56% โดยหนี้นอกระบบส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่มีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน

สาเหตุหลักมาจากเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวจากผลกระทบสงครามการค้า ทำให้ภาคการส่งออกลดลง ราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ปริมาณนักท่องเที่ยวลดลง นอกจากนี้รายได้ลดลง ค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น

และเมื่อมาดูค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือน เป็นรายภาค และจังหวัด พ.ศ. 2552-2561 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติก็จะพบว่า เมื่อลองเฉลี่ยๆ 10 ปี ด้วยคณิตศาสตร์ง่ายๆ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 19,422.25 บาท ในขณะที่รายได้โดยเฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือน เป็นรายภาค และจังหวัด พ.ศ. 2552 -2560 เฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 24,638.89 บาท

ถึงอย่างนั้น เรื่องนี้ไม่มีข้อสรุปว่า หวยจะไปทิศทางไหน จะมีเม็ดเงินที่เพิ่มขึ้นหรือจะลดลง เป็นผลจากสภาพสังคม หรือสภาวะเศรษฐกิจ และทางเราไม่ได้สนับสนุนให้เล่นการพนันแต่อย่างใด

ขอเพียงแต่คุณผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และสำรวจกระเป๋าเงินก่อนลงทุน เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง

อ้างอิง

สำนักงานสถิติแห่งชาติ

สำนักงานกินแบ่งรัฐบาล

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/856350

https://data.boonmeelab.com/lottery/

20 ปี ใครรวยจากสลากกินแบ่งรัฐบาล! – คนไทยซื้อ ”ลอตเตอรี่” 9 แสนล้าน ถูกหวย 5.5 แสนล้าน ถูกกิน 3.5 แสนล้าน

200 ปี “หวยไทย” จากโรงหวยแห่งแรก สู่หวยไฮบริด ก่อนเป็น “ลอตเตอรี่”

http://www.gamblingstudy-th.org/imgadmins/book_file/2562-CGS-national-survey-presentation.pdf

admin