new18 | จับเรือประมงขนน้ำมันเถื่อน 13,000 ลิตร

new18 | จับเรือประมงขนน้ำมันเถื่อน 13,000 ลิตร
จับเรือประมงขนน้ำมันเถื่อน 13,000 ลิตร
ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 พร้อมด้วยผู้แทนจากศุลกากรภาค สรรพสามิตภาคที่ 9 กองบังคับการตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า และกรมประมง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเรือประมงดัดแปลงขนถ่ายน้ำมันไม่ผ่านพิธีศุลกากร 13,000 ลิตร

ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 พร้อมด้วยผู้แทนจากศุลกากรภาค สรรพสามิตภาคที่ 9 กองบังคับการตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า และกรมประมง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเรือประมงดัดแปลงขนถ่ายน้ำมันไม่ผ่านพิธีศุลกากร 13,000 ลิตร

เมื่อวันที่ 24 ม.ค. พล.ร.ท.สำเริง จันทร์โส ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2 (ศรชล.ภาค 2) พร้อมด้วยผู้แทนจากศุลกากรภาค สรรพสามิตภาคที่ 9 กองบังคับการตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า และกรมประมง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเรือประมงดัดแปลงขนถ่ายน้ำมันไม่ผ่านพิธีศุลกากร ณ ท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2(ศรชล.ภาค 2 ) ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวในทะเลว่า พบเรือประมงมีพฤติกรรมต้องสงสัยว่า อาจเป็นเรือนำน้ำมัน ที่ยังไม่ผ่านพิธีศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร เวลา 16.40 น. ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 จึงได้สั่งให้เรือ ต.271ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและตรวจสอบเรือประมง โดยเรือ ต.271 เข้าทำการตรวจสอบ และ พบเรือชื่อ โชคชัย และ เรือ ชื่อ ช.โชคชัย เป็นเรือสัญชาติไทย ผู้ควบคุมเรือ และลูกเรือ รวมจำนวน 8 คน เป็นบุคคลสัญชาติไทย เรือลำดังกล่าวได้จอดเรือทิ้งสมอ ระยะ 30 ไมล์จากปากร่องน้ำสงขลา เจ้าหน้าที่ทหารเรือจึงขอตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรือและขอตรวจสอบการเดินเรือ ซึ่งผู้ควบคุมเรือไม่สามารถนำเอกสารต่าง ๆ มาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ และจากการตรวจสอบตัวเรือพบว่า เรือลำดังกล่าวเป็นเรือประมงดัดแปลงระวางให้สามารถบรรทุกน้ำมัน และพบน้ำมันดีเซลบรรจุอยู่ในระวาง จำนวนประมาณ 13,000 ลิตร จึงเป็นเหตุให้สามารถพิจารณาได้ว่า เป็นเรือประมงดัดแปลงเพื่อนำน้ำมันที่ยังไม่ผ่านพิธีศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร

พล.ร.ท.สำเริง ระบุว่า เรือ ต.271 จึงควบคุมเรือพร้อมผู้ต้องสงสัยเดินทางกลับเข้าท่าเทียบเรือ ฐท.สข. เพื่อทำการสืบสวนขยายผล หากลุ่มขบวนการที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป สำหรับการตั้งข้อหากับเรือประมงดัดแปลงเพื่อนำน้ำมันที่ยังไม่ผ่านพิธีศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร ลำนี้นั้น ในเบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหาตาม 4 ข้อ ดังนี้ 1.ไม่สามารถนำใบทะเบียนออกแสดงได้ทันทีเมื่อเจ้าพนักงานทำการตรวจ และไม่มีเอกสารประจำเรือตามที่กฎหมายกำหนด (พ.ร.บ.เรือไทย พ.ศ.2481) 2.. ร่วมกันนำของที่ยังไม่ผ่านพิธีศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร (พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560) 3. ขายหรือมีไว้เพื่อขายสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน (พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ.2560) 4. ใช้เรือโดยไม่มีใบทะเบียน (พ.ร.บ.เดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456) การนำน้ำมันที่ยังไม่ผ่านพิธีศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร นั้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2 (ศรชล.ภาค 2) ขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ ผู้ประกอบการเรือประมง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนในพื้นที่ ศรชล.ภาค 2 ร่วมมือร่วมใจกันในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ เพื่อให้เศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศมีความวัฒนาถาวร ต่อไป

admin