The Momentum | #ของมันต้องมี ของ 5 อย่างป้องกันเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ

The Momentum | #ของมันต้องมี ของ 5 อย่างป้องกันเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ

ผ่านไป 1 สัปดาห์จำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเร็วมาก นับจากที่ไทยแถลงข่าวว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 นอกประเทศจีนเป็นรายแรกเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว แต่ที่โล่งอกไปเปลาะหนึ่งคือทางการจีนได้ประกาศปิดการคมนาคมเข้า-ออกเมืองอู่ฮั่นตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. 2020 อย่างไม่มีกำหนด ถึงแม้จะเห็นว่าทางการจีนไหวตัวช้า แต่มาตรการนี้ถือว่าเป็นยาแรงมากที่แม้แต่องค์การอนามัยโลกที่มีกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR) อยู่ในมือยังไม่กล้าใช้

ทว่าปัญหาที่ตามมาหลังจากนี้คือในเมื่อทุกสายการบินยกเลิกเที่ยวบินไป-กลับเมืองอู่ฮั่นแล้ว แต่ชาวอู่ฮั่นที่เดินทางมาประเทศไทยก่อนหน้านี้ยังคงท่องเที่ยวอยู่ และประสบความไม่แน่นอนว่าพวกเขาจะเดินทางกลับอย่างไร? พูดอย่างนี้ผมไม่ได้บอกให้ขับไล่พวกเขาไปดาวอังคาร เอ้ย! ออกนอกประเทศไทยนะครับ แต่เราจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการป้องกันตัวเองเมื่อเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวพลุกพล่านต่างหาก

ของ 5 อย่างที่ต้องมี

  • หน้ากากอนามัยเนื่องจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ถึงแม้เราจะไม่รู้จักดีนัก แต่ไวรัสในครอบครัวเดียวกันและโรคติดเชื้อไวรัสอื่นในระบบทางเดินหายใจติดต่อจากคนสู่คนผ่านละอองฝอย (droplet transmission) ซึ่งก็คือละอองน้ำมูกน้ำลายที่ผู้ป่วยไอจามออกมา แล้วคนรอบข้างก็สูดเอาละอองฝอยที่มีเชื้อไวรัสนั้นเข้าไปในทางเดินหายใจของตัวเอง ดังนั้นเราจึงควรสวมหน้ากากอนามัยปิดช่องทางเข้า-ออกของเชื้อโรคก่อนที่เราจะออกจากบ้าน 

และเนื่องจากละอองฝอยเหล่านี้มีขนาดใหญ่จึงสามารถใช้หน้ากากอนามัยธรรมดา (surgical mask) สีเขียวหรือสีฟ้าที่เรามักจะเห็นแพทย์และพยาบาลสวมขณะทำงานได้ แต่ช่วงนี้มีปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 ด้วย ถ้าใครจะสวมหน้ากาก N95 ซึ่งป้องกันละอองที่มีขนาดเล็กมากอยู่แล้วแทนก็ได้  แต่ก็อยากให้เช็คมาตรฐานของหน้ากาก N95 นั้นอีกสักหน่อยว่าผ่านการรับรองรอง FDA ว่าใช้ป้องกันเชื้อโรคได้หรือไม่ผ่านเว็บไซต์ของ CDC

ภาพที่ 1 การไอจามสามารถแพร่เชื้อให้คนรอบข้างในระยะ 1 เมตร (ที่มา: CDC)

  • สบู่ยังอยู่กันที่เวลาไอจามนะครับ ถ้าไม่มีผ้าเช็ดหน้า เราก็มักจะใช้มือป้องปากไม่ให้ละอองน้ำมูกน้ำลายไปโดยคนอื่นใช่ไหมครับ แต่หลังจากนั้นเราก็เอามือข้างนั้นไปจับลูกบิดประตู จับราวบันได/บันไดเลื่อน หรือกดปุ่มในลิฟต์ที่คนอื่นมาสัมผัสต่อได้ แล้วคนนั้นก็เอามือมาขยี้ตา ขยี้จมูก หรือหยิบขนมกินมือเปล่านำเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ ดังนั้นเราจึงต้องล้างมือบ่อยๆ ซึ่งการล้างด้วยน้ำเปล่านั้นไม่พอ ยังต้องใช้สบู่ และใช้เวลาประมาณ 20 วินาทีเพื่อกำจัดเชื้อด้วย

  • เจลแอลกอฮอล์ถ้าไปที่ทำงานหรือห้างสรรพสินค้า ก็น่าจะมีสบู่ให้เราใช้ในห้องน้ำกันนะครับ แต่ถ้าไปที่สาธารณะอื่น หรือไม่อยากเดินหาห้องน้ำให้เสียเวลาก็อยากแนะนำให้พกเจลแอลกอฮอล์ติดกระเป๋าไว้ ซึ่งต้องเลือกที่ความเข้มข้นอย่างน้อย 60% แต่มีไวรัสในทางเดินอาหารบางตัว เช่น ไวรัสโนโร (ทำให้เกิดโรคท้องเสีย) จะไม่ถูกกำจัดด้วยแอลกอฮอล์ และที่สำคัญถ้ามือสกปรกมาก เช่น เปื้อนเศษดิน ก็ควรล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่จะดีกว่า

ภาพที่ 2 คำแนะนำประชาชนของหน่วยงานด้านสาธารณสุขของฮ่องกง (ที่มา: CHP)

  • บัตรเฝ้าระวังสุขภาพ(Health Beware Card) นักท่องเที่ยวจากพื้นที่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ผ่านการตรวจคัดกรองที่ด่านตรวจก่อนเข้าประเทศ (ไม่มีไข้) จะได้รับบัตรเฝ้าระวังสุขภาพเพื่อสังเกตอาการของตัวเองว่าถ้ามีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก หายใจเหนื่อย ภายใน 14 วันหลังออกเดินทางต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ เราก็เช่นกัน หากสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจชาวจีนแล้วมีอาการดังกล่าวก็ควรบอกกับแพทย์เช่นกัน

  • ใบลาป่วยหากเรามีอาการป่วยก็หยิบมาเขียนเลยครับ! เพราะเราควรพักผ่อนอยู่ที่บ้าน กินยารักษาตามอาการ หากเป็นไข้หวัดธรรมดามักจะหายภายใน 2-3 วัน แต่ถ้าอาการหนักขึ้น ก็ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ซึ่งของชิ้นนี้ไม่ได้เป็นประโยชน์แค่ตัวเราเองเท่านั้น แต่จะเป็นการป้องกันไม่ให้คนอื่นที่โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือที่ทำงานต้องพลอยติดเชื้อเหมือนกับเราไปด้วย (หลักการเดียวกับการแยกกักผู้ป่วยต้องสงสัยที่เดินทางมาจากอู่ฮั่น)

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นเชื้ออุบัติใหม่ที่มีการระบาดจากคนสู่คนในประเทศจีน และมีแนวโน้มว่าจะแพร่กระจายไปทั่วโลกคล้ายกับโรคซาร์ส (SARS) ในปี 2002-2003 (ลองกูเกิ้ลหาแผนที่การระบาดในครั้งนั้นเปรียบเทียบกับตอนนี้ดูครับ) ส่วนในประเทศไทยช่วงต้นปีก็เป็นฤดูระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ดังนั้น #ของมันต้องมี 5 อย่างเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสทางเดินหายใจนี้ ขอบอกว่าพกไว้ไม่เสียหายแน่นอนครับ

admin