Khaosod | ต่ายอุบเรื่องหย่า คุย ทิม แค่เรื่องลูก ไม่โกรธ ทำทุกอย่างจากใจ

Khaosod | ต่ายอุบเรื่องหย่า คุย ทิม แค่เรื่องลูก ไม่โกรธ ทำทุกอย่างจากใจ
a

ต่ายอุบเรื่องหย่า คุย ทิม แค่เรื่องลูก ไม่โกรธ ทำทุกอย่างจากใจ

ต่ายอุบเรื่องหย่า – คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ‘ต่าย’ชุติมา ทีปะนาถ ให้สัมภาษณ์หลังร่วมพิธีบวงสรวงเปิดกล้องซีรีส์ LINE TV Original “Mother…เรียกฉันว่าแม่” ถึงการกลับมารับงานแสดงในรอบ 10 ปี และกระแสข่าวเซ็นใบหย่ากับสามี ทิม พิธา

ต่ายอุบเรื่องหย่า

ถามถึงการมารับซีรีส์ในรอบหลายปีเลย?
ต่าย “จริงๆ ก่อนหน้านี้เล่นหนังไปแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้โปรโมต แต่ถ้าเป็นเรื่องของซีรีส์น่าจะเป็นเรื่องแรกในอาชีพการงานเลยดีกว่า เพราะว่าก่อนหน้านี้จะเล่นภาพยนตร์กับซิตคอม อันนี้ก็ถือว่าเป็นซีรีส์เรื่องแรกที่ได้มาลองค่ะ”

อะไรที่ทำให้ตัดสินใจรับเล่น?
ต่าย “จริงๆ คือชอบพล็อตเรื่องอยู่แล้ว ที่ว่าเป็นภาพยนตร์ออริจินัลมาจากญี่ปุ่น แล้วก็ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งที่ญี่ปุ่นและเกาหลี ว่าเนื้อเรื่องมีความเข้มข้น น่าติดตาม”

เกี่ยวกับเรื่องแม่ด้วยไหม ทำให้ยิ่งอยากรับเพราะในชีวิตจริงก็เป็นแม่เหมือนกัน?
ต่าย “ใช่ค่ะ แต่ว่าในเรื่องคือตรงข้ามกันเลย ห่างไกลกันมากสำหรับแม่ในเรื่องกับตัวจริง ถามว่าทำการบ้านยังไง จริงๆ น่าจะเป็นเรื่องของการจำบทมากกว่า หมายถึงว่าถ้าบทได้อินเนอร์มันก็จะมาเอง อันดับแรกคือเราต้องมั่นใจกับบทก่อน”

พอได้มาลองแล้วมันยากกว่าการเล่นหนังหรือซิทคอมที่ผ่านมาไหม?
ต่าย “นิดนึง แต่ว่าจริงๆ เดี๋ยวนี้การถ่ายทำก็จะเป็นสไตล์ภาพยนตร์อยู่แล้วก็จะไม่ยากเท่าไหร่ คือถ้าเป็นแบบละครสมัยก่อนอาจจะแอบกลัวนิดนึง พอดีอันนี้ผู้กำกับถ่ายภาพเป็นสไตล์หนัง ถามว่าเคาะสนิมเยอะมั้ย นิดหนึ่งค่ะ ดีที่ว่าก่อนหน้านี้เราเล่นภาพยนตร์ไปเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว เลยทำให้ได้เคาะสนิมบ้างกับบทที่มันเบาๆ ไม่ได้ดราม่าขนาดนี้ แต่กับซีรีส์เรื่องนี้ค่อนข้างหนักเลย คิวแรกก็คือร้องไห้ 3 ซีน โดนตบ 3 ซีน (หัวเราะ)”

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

แล้วพอรับเล่นซีรีส์แบบนี้ แบ่งเวลาดูแลน้องพิพิมยังไง?
ต่าย “เราก็จะรับเฉพาะวันที่น้องไม่อยู่”

เรียกว่าตอนนี้กลับมารับงานเต็มตัวใช่ไหม?
ต่าย “ใช่ค่ะ แต่จะเลือกเอาวันที่น้องไม่อยู่ คือเวลาที่เราจะให้คิวกับกองถ่ายก็จะคือเฉพาะที่น้องไม่อยู่ เลยจะไม่ค่อยมีวันให้เขา เพราะอย่างกองถ่ายหนังที่แล้วก็บอกเลยว่าคิวยากมากนะ ไม่ค่อยมีวันนะ คือเราต้องเลือกเอาลูกเป็นหลักไว้ก่อนค่ะ”

ต่ายอุบเรื่องหย่า

ทุกวันนี้ยังได้วันที่อยู่กับน้องเป็นศุกร์ เสาร์ อาทิตย์เหมือนเดิมไหม?
ต่าย “มีการเปลี่ยนแปลงค่ะ ตอนนี้ก็ได้เยอะขึ้นตามที่ตกลงกัน ถามว่าเป็นความเข้าใจมากขึ้นเลยได้มีโอกาสอยู่กับลูกมากขึ้นหรือเปล่า ไม่เกี่ยวนะคะมันก็เป็นเหมือนตามความเหมาะสม”

รู้สึกยังไงบ้างที่มีเวลาได้อยู่กับลูกมากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้?
ต่าย “แต่ยังไงก็คือยังเป็นห่วงเขาอยู่ดีแหละเวลาที่เขาไม่อยู่ เพราะยังไงคือคนเป็นแม่ก็จะต้องดูต้องลงรายละเอียดทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องความสะอาดหรืออะไร เราก็พยายามทำให้ดีที่สุด ถ้าเวลาที่เขาไม่อยู่กับเราก็จะฝากอันโน้นอันนี้ไปให้ครบในเรื่องที่เราเป็นห่วง”

ต่ายอุบเรื่องหย่า

ขอถามในเรื่องทางกฎหมาย เหมือนมีข่าวว่าเราไปเซ็นใบหย่ามาเรียบร้อยแล้ว?
ต่าย “อันนี้คืออยากให้เป็นเรื่องในกระบวนการอยู่ ยังไม่อยากลงรายละเอียด”

สบายใจขึ้นใหม่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา?
ต่าย “จริงๆ มันก็สบายใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วนะ หมายถึงว่าตั้งแต่แรกเริ่มที่มีเรื่องหรืออะไร คือทุกอย่างมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ”

เท่ากับว่าตอนนี้ยังไม่ได้มีการเซ็นอะไรทางกฎหมาย?
ต่าย “คือยังพูดไม่ได้ค่ะ หมายถึงว่าในกระบวนการเขาก็จะมีคำสั่งมา ถามว่ามันจะยืดเยื้อไปอีกยาวนานมั้ย คิดว่าไม่น่าจะนานนะคะ น่าจะเป็นภายในปีนี้”

ในส่วนของความสัมพันธ์กับคุณทิม คุยกันมากขึ้นไหม?
ต่าย “เหมือนเดิมค่ะคือคุยเรื่องลูก”

ต่ายอุบเรื่องหย่า

แต่เหมือนทางโซเชียลก็จะได้เห็นโมเมนต์ดีๆ มากขึ้น?
ต่าย “ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เราก็เหมือนกับไปตามธรรมชาติ ส่วนตัวไม่ได้โกรธไม่ได้ติดใจอะไร ทำทุกอย่างออกมาจากใจ”

จริงๆ เตรียมคำพูดไว้หรือยัง ถ้าเกิดน้องพิพิมโตขึ้นมาแล้วถามถึงเรื่องนี้?
ต่าย “ทุกอย่างก็คือต้องพูดตามความจริง ไม่คิดจะปิดบังอะไรอยู่แล้ว เพราะถ้าเราปิดบังอะไรเขา แน่นอนเขาก็ต้องปิดบังอะไรเรา ฉะนั้นก็ต้องเลี้ยงให้เขาเป็นเพื่อนสนิทของเราที่สามารถจะบอกกันได้ทุกเรื่อง วันนึงถ้าเขาอยากรู้อะไรเราก็ยินดีที่จะเล่าอยู่แล้ว ถามว่าทุกวันนี้เขามีคำถามอะไรมั้ยเวลาที่อยู่บ้านพ่อกับบ้านแม่ เขาเข้าใจอยู่แล้วค่ะ ว่าตอนนี้กิจวัตรเขาเป็นยังไง การปรับตัวของเขาคือทุกๆ วันก็ดีขึ้นตลอด”

ขอบคุณภาพ IG : tye.chutima

admin