daradaily | “ต๊ะ วริษฐ์” ควง “แอน วริษฐา” จดทะเบียนลอยฟ้า พร้อมเล่าเหตุการณ์ถูกปล้นในเบลเยียม

daradaily | “ต๊ะ วริษฐ์” ควง “แอน วริษฐา” จดทะเบียนลอยฟ้า พร้อมเล่าเหตุการณ์ถูกปล้นในเบลเยียม

“ต๊ะ วริษฐ์” ควง “แอน วริษฐา” จดทะเบียนลอยฟ้า พร้อมเล่าเหตุการณ์ถูกปล้นในเบลเยียม

      ได้ฤกษ์งามยามดีสำหรับคู่ของหนุ่ม“ต๊ะ วริษฐ์ ทิพโกมุก” และภรรยาสาว“แอน วริษฐา” ขึ้นบอลลูนจดทะเบียนสมรส ล่าสุดทั้งคู่ได้เผยถึงความประทับใจในครั้งนี้ พร้อมเล่าเหตุการณ์โดนปล้นทริปฮันนีมูนที่เบลเยียม ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า

อ่านข่าวต่อ : สละโสด! “ต๊ะ-แอน” เตรียมเข้าพิธีหมั้น

      วันนี้มาร่วมจดทะเบียนสมรส โรแมนติกมากครับ แล้วก็ตื่นเต้นด้วย และก็มีความสุขด้วย อยากให้ทุกคนมาลองดู ผมว่าคุ้มค่า เป็นสตอรี่ที่น่าจดจำสำหรับคู่รักด้วยครับ วันนี้ก็มีสักขีพยานมาเยอะ ดีใจมากไม่ใช่แค่คู่ผมนะ มีหลายคู่ที่มาร่วมจดด้วยก็ดีใจครับ ส่วนสาว “แอน” เผยว่าปกติชอบจังหวัดเชียงรายอยู่แล้วค่ะ เพราะว่าบรรยากาศดีไม่ว่าจะหน้าฝน หน้าร้อน หน้าหนาว บรรยากาศหมดดีเลย ก่อนหน้านี้เราถ่ายพรีเวดดิ้งบนบอลลูนมาแล้ว วันนั้นต๊ะไม่มีโอกาสขึ้นไป มาจดทะเบียนก็ขึ้นบอลลูนด้วยกันเลย”

       ส่วนเหตุการณ์ระหว่างไปฮันนีมูน คือเราไป 2 ประเทศ คือ เบลเยียม กับ อังกฤษ ขากลับจาก อังกฤษ เรานั่งรถไฟเข้ามา เพราะไม่เคยนั่ง เลยลองนั่ง พอมาถึงบรัสเซลส์ที่เบลเยียม ก็ค้างหนึ่งคืนเพื่อว่าวันรุ่งขึ้นจะบินกลับเมืองไทย แล้วพอลงจากรถไฟ เราก็มีขวดน้ำ ขนมที่เรากินนรถไฟ ต๊ะเขาเลยเอาไปทิ้ง ก็แยกกับแอน แต่ระยะมองเห็นไม่ได้ไกลมาก แล้วก็เห็นมีฝรั่งเหมือนแขกๆ เดินเข้าไปหาแอนแล้วคุย เรายังยืนมองอยู่

      ตอนนั้นคือ “แอน” ยืนเฝ้ากระเป๋า 4 ใบ ก็เห็นแหละว่าต๊ะออกไปทิ้งขยะ แล้วผู้ชายคนนั้นก็สวนมา เขาก็กอดอกคุยกับเรา แต่ในมือเขาถือคล้ายๆ มีดพก มีดเล็กๆ เราก็ไม่ได้สังเกต เขาพูดภาษาอะไรก็ไม่รู้ ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ แล้วเขาก็ก้าวเข้ามาใกล้ๆ เราก้าวหนึ่ง ทีนี่เห็นชัดเลยว่าเขาถือมีดพก เราก็เลยเริ่มจับกระเป๋าสะพายที่มีเงิน มีพาสปอร์ต เราก็แบบจะทำอะไรเราหรือเปล่า อยู่ๆ ต๊ะ ก็เดินเข้ามา เข้าก็วิ่งสวนออกไปเลย เราก็สงสัยว่าต๊ะเข้ามามั้ง คือหันไปอีกทีกระเป๋าเดินทางเราอีกใบหนึ่งไปแล้ว ก็คือคนนั้นคือตัวหลอก มันมีเป็นกระบวนการ

      ทรัพย์สินในกระเป๋าก็มีเยอะค่ะ เป็นของที่เพื่อนฝากซื้อ ของส่วนตัวของเราพวกกระเป๋ารองเท้าแต่ราคาไม่ถึงล้านค่ะ ก็มีของขวัญที่ซื้อให้เขา กระเป๋า แล้วก็รองเท้ากับแจ็คเก็ตของผม แต่ตอนนั้นก็ต้องปลอบเขา ถามว่าเสียดายหรือเปล่า ก็เสียดายแหละ จริงๆ ผมก็วิ่งตามไปนะ แต่ตอนนั้นเขาร้อง ก็เลยหันกลับมา ก็นิ่งคิดว่าของกับคนของเขา แฟนเรา เราก็เลยต้องมาดูเขาว่าเป็นยังไง ถ้าเสียของไป แต่เธอไม่เป็นไร เราก็โอเคแล้วทรัพย์สินที่เสียไปมูลค่าประมาณ 2 แสนครับ แอนก็เสียขวัญไปเลย แต่ไม่เคยไปแจ้งความ แต่ครั้งนี้ก็ไปสถานีตำรวจไปแจ้งความ ตำรวจก็ให้ข้อมูลมา ก็เป็นเคสที่ 1,500 กว่าของสถานีนั้นค่ะ ในช่วงตั้งแต่ปีใหม่ จนถึงช่วงที่ผมไป 20 กว่าวันเองนะ

      ก็ฝากเตือนไว้ด้วย คือตอนนี้ที่ทราบกันว่าเขามาชวนคุยมันเริ่มใช้ไม่ได้ผลแล้ว มันเป็นเคสใหม่แล้ว เขาจะเข้ามาแล้วถืออาวุธ ให้เรามัวแต่จ้องเขา แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นตัวหลอก แต่อีกคนก็เอาของไป ผมว่ามันก็สุดวิสัยแหละ ถือว่าเป็นโดนจี้ เพราะแอนก็ตกใจมาก ตอนนี้ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ผมก็ต้องคอยให้กำลังใจเขา อาทิตย์ถ้าไม่ดีก็คงพบจิตแพทย์แหละ มันจิตตก พอเห็นคนลักษณะนั้น เราก็รู้สึกใจสั่นกลัว จริงๆ ถามเพื่อนที่เป็นจิตแพทย์แล้ว เขาบอกว่าให้พยายามเล่าเรื่องนี้ให้เยอะที่สุด ให้รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องคุ้นชิน อย่าให้อยู่ในจิตใต้สำนึก คนที่เคยโดนน้องหมากัดจะกลัวหมา คนที่ตกใจกับเหตุการณ์จากความสูงก็จะกลัวความสูงไปเลย เลยจะพยายามเล่าให้ตัวเองชินไปจะได้แบบไม่กลัว

admin