PPTV HD 36 | ผบ.สส. วอน ส่วนราชการ-ผู้ประกอบการ ลดเวลาทำงาน-ให้ทำงานที่บ้าน

PPTV HD 36 | ผบ.สส. วอน ส่วนราชการ-ผู้ประกอบการ ลดเวลาทำงาน-ให้ทำงานที่บ้าน
ผบ.สส. วอน ส่วนราชการ-ผู้ประกอบการ ลดเวลาทำงาน-ให้ทำงานที่บ้าน
“พล.อ.พรพิพัฒน์” ขอ ประชาชนอยู่บ้าน ไม่กักตุนอาหาร ปฎิบัติตามคำแนะนำ เชื่อ มีผลดีเกิดขึ้น ลดแพร่กระจายโควิด-19

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.สส.) กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เกี่ยวกับการดำเนินการที่เกี่ยวข้องในส่วนของความมั่นคง โดยชี้แจงถึงการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อ กลุ่มเสี่ยงที่ทวีขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะไปจบที่ตัวเลขใด นี่คือวิกฤตที่เผชิญจึงต้องยกระดับ ดังนั้นการประกาศพ.ร.ก. เพื่อบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงมีความจำเป็น โดยจะไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนและกำหนดมาตรการจากเบาไปหาหนัก

อัปเดตข่าว สถานการณ์ โควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุด 26 มี.ค.63

ทั้งนี้การกำหนดมาตรการต่างๆออกมา เพื่อต้องการให้ทุกคนได้ปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นการเว้นระยะทางสังคม การไม่ชุมนุมในพื้นที่เสี่ยง และแม้ว่าบางประเทศจะมีการปิดประเทศ มีการประกาศเคอร์ฟิวร์ แต่เชื้อโรคไม่มีวันหยุด ซึ่งไทยยังไม่มีการปิดประเทศ ปิดเมือง ไม่ปิดบ้าน แต่หากเราไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ตัวเลขผู้ป่วยยังสูงขึ้นก็นำไปสู่การปิดประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

อัปเดตข่าวโควิด-19 (COVID-19) ล่าสุด 26 มี.ค. 63

นอกจากนี้อยากขอความร่วมมือส่วนราชการ ผู้ประกอบการ ปรับพฤติกรรมครั้งใหญ่ใช้เวลาช่วงนี้ในการช่วยกันในการลดการแพร่กระจาของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยการลดชั่วโมงทำงาน ทำงานอยู่ที่บ้าน เหลื่อมเวลาทำงาน รวมถึงในสัปดาห์หน้าเชิญชวนให้มีการทำงานที่บ้านและทำงานเลื่อมเวลาด้วย และเชิญชวนให้ประชาชนทุกคนอยู่กับบ้านในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์นี้ หยุดการทำกิจกรรมและไปในพื้นที่เสี่ยง

“การที่เรามีผู้ติดเชื้อนับพัน เกิดจากความหละหลวมไม่ทำอะไรเลยเมื่อ 10 กว่าวันที่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเราทำแบบนี้ย่อมส่งผล 10 กว่าวันข้างหน้า วันนี้คิด พรุ่งนี้สั่ง เสาร์อาทิตย์เริ่มต้นหยุดอยู่กับบ้าน จันทร์-ศุกร์ปรับกิจกรรมทำงานที่บ้านได้ให้ทำ ถ้าต้องทำข้างนอก ทำให้น้อยลงเหลื่อมเวลากัน” พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าว

พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ทางการไม่ห้ามการสัญจรไปมา แต่ขอความร่วมมือประชาชนไม่ต้องกักตุนอาหาร และขอให้ผู้ประกอบการให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า จะต้องไม่มีการขึ้นราคาสินค้า และมีสินค้าเพียงพอต่อการจำหน่ายต่อประชาชน ซึ่งหากทุกคนปฎิบัติตามนี้ก็สามารถติดตามผลได้ว่า มีส่วนช่วยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อได้อย่างไรบ้าง

ทั้งนี้ในการประชุมเมื่อเช้านี้ มีการรายงานจากทางสาธารณสุขว่า หากสามารถเข้มงวดการเว้นระยะทางสังคมได้ ในระยะสั้นจะมีผู้ติดเชื้อประมาณ 2,000 คน แต่หากไม่ทำอะไรเลยอาจทำให้ผู้ติดเชื้อพุ่งไปถึง 7,000-10,000 คน จึงให้ประชาชนเลือกที่จะควบคุมตัวเองแทนที่ถูกบังคับโดยภาครัฐ

“วิษณุ”แจงข้อกำหนด “ห้ามทำ-ให้ทำ-ควรทำ” ยังไม่ปิดประเทศ ยังไม่เคอร์ฟิว

เมื่อถามว่าหากครบ 7 วันแล้วยังไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนจำเป็นต้องประกาศเคอร์ฟิวร์หรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ยังเชื่อว่า ทุกคนอยากให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว จึงอยากให้ทุกคนปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งใน 7 วันข้างหน้าอาจมีผลดีเกิดขึ้นได้และในระหว่างนี้จะมีการติดตามสถานการณ์ทุกๆวัน และให้ทางกระทรวงสาธารณสุขมีการประเมินว่าควรใช้มาตรการอย่างไรต่อไป

ส่วนข้อสังเกตเรื่องสนามมวยลุมพินีที่เป็นจุดเริ่มต้นแพร่เชื้อหรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า สิ่งที่กำลังพูดถึงคือ ความร่วมมือกันเพื่อดำเนินการตามคำนแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ที่ผ่านมาอาจเกิดจากความบกพร่อง แต่ขอไม่ลงรายละเอียด เพราะมีการตรวจสอบอยู่ แต่ขอเชิญชวนทุกคนมาดูแลตนเองด้วยความสมัครใจ สาเหตุที่ทำให้เชื้อกระจาย ส่วนหนึ่งมาจากสนามมวย แต่ก็อาจจะมีจากบุคคลที่มาจากส่วนอื่นด้วย

เปิดรายชื่อ 7 รัฐมนตรี อายุเกิน 70 ปี

 

admin